หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร – วันศุกร์ที่ 2 ต.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 188 ปี ชาตกาล “พระภาวนาโกศล” หรือ“หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร” หรือ “หลวงพ่อวัดหนัง” เจ้าอาวาสวัดหนังราชวรวิหาร เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พระเกจิชื่อดัง ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียง มีมากมายหลายรุ่น อาทิ เหรียญรุ่นยันต์สี่ เหรียญยันต์ห้า พระปิดตายันต์ยุ่งเนื้อโลหะผสม ถือเป็นพระยอดนิยม อีกทั้งพระชัยวัฒน์ก็เป็นพระที่นิยมกันมากเช่นกัน
เป็นชาวบางขุนเทียนโดยกำเนิด เกิดในสกุล ทองอู๋ เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค.2375 ใน แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ครอบครัวประกอบอาชีพชาวสวน
อายุ 9 ขวบ เข้าศึกษาที่สำนักพระอาจารย์รอด วัดหนัง ครั้นอายุได้ 11 ขวบ ศึกษา พระปริยัติธรรม ในสำนักพระมหายิ้ม วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อจากนั้น ได้ไปอยู่ในสำนัก พระปิฎกโกศล (ฉิม) วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ)
ต่อมาท่านได้กลับมาบรรพชา และศึกษาพระปริยัติธรรมต่อที่วัดหนัง สำนักเดิมอีกวาระหนึ่ง การศึกษาในระยะนี้ ดำเนินมาหลายปี ติดต่อกันจนกระทั่งถึง พ.ศ.2394 เมื่อท่านอายุได้ 19 ปี จึงได้เข้าสอบแปลพระปริยัติธรรมสนามหลวง ซึ่งสมัยนั้นต้องเข้าสอบแปลปากเปล่าต่อหน้าพระพักตร์ ที่วัดพระศรี รัตนศาสดาราม
แต่น่าเสียดายที่สอบพลาดไป ลาสิกขา กลับไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ
อายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดราชโอรสาราม มีพระสุธรรมเทพเถร (เกิด) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมเจดีย์ (จีน) พระภาวนาโกศล (รอด) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา สุวัณณสโร
เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมุ่งมั่นศึกษาด้านปริยัติธรรมมาก ในระยะสั้น ย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดนางนอง โดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่รอด วัดหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านวิทยาอาคมขลัง ท่านได้หันมาสนใจศึกษาวิทยาคม กลายเป็นศิษย์เอกที่พระอาจารย์รักมาก
ต่อมาในปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หลวงปู่รอดถูกถอดจากสมณศักดิ์เดิม ให้เป็นพระสงฆ์ธรรมดา จึงได้ย้ายไปอยู่ที่วัดโคนอน ซึ่ง หลวงปู่เอี่ยมตามไปรับใช้ด้วย ไม่นานนักก็ถึงแก่มรณภาพ หลวงปู่เอี่ยมก็ได้ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองวัดโคนอนสืบแทน
พ.ศ.2441 ในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าให้หลวงปู่เอี่ยม ไปครองวัดหนัง และ รุ่งขึ้นอีก 1 ปี ได้พระราชทานสมณศักดิ์ให้แก่หลวงปู่เอี่ยมแห่งวัดหนัง เป็นพระราชาคณะที่ พระภาวนาโกศล (เอี่ยม) ซึ่งเป็นสมณศักดิ์เดียวกับพระอาจารย์ของท่าน
ปฏิบัติกิจวัตรเป็นประจำวันอย่างสม่ำเสมอเป็นปกติ เช่น การลงอุโบสถ แม้ฝนจะตกบ้างเล็กน้อยท่านก็เดินกางร่มไป ซึ่งกุฏิของท่านอยู่ห่างประมาณ 50 เมตร
เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเคารพนับถือเป็นการส่วนพระองค์ ในงานพระราชพิธีต่างๆ ในหลวงจะได้รับสั่งให้ขุนวินิจฉัยสังฆการี นิมนต์เข้าไปในงานพระราชพิธีต่างๆ อาทิ ฉัตรมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น
ครองวัดหนังอยู่ถึง 27 ปีเศษ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้วัดเป็นอย่างมาก
จวบจนละสังขาร เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2469 สิริอายุ 94 ปี 72 พรรษา