พระธรรมวโรดม (เซ่ง) – วันอังคารที่ 13 ต.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 78 ปี มรณกาล “พระธรรมวโรดม” (เซ่ง อุตตโม) พระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และอดีตเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพฯ
มีนามเดิมว่า เซ่ง เกิดเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2423 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านทะเลน้อย ต.ปากคลอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง บิดาชื่อ นายตี๋ มารดาชื่อ นางสุข
พ.ศ.2437 บรรพชาที่วัดมัชฌิมาวาส จ.สงขลา แล้ว ย้ายไปอยู่วัดคงคาสวัสดิ์ จ.พัทลุง เมื่อทราบว่าพระสงฆ์คณะธรรมยุตตั้งอยู่ที่นั้น ต่อมาลาสิกขา
พ.ศ.2443 เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดมัชฌิมาวาส มีพระครูวิสุทธิโมลี (จันทร์ จันทสิริ) วัดมัชฌิมาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูธรรมจักการาม (เทพ ฐิติญาโณ) เป็นพระ กรรมวาจาจารย์
ย้ายกลับมาอยู่วัดคงคาสวัสดิ์ ต่อมา พระสิริธรรมมุนี (ม่วง รตนธโช) เจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช ตรวจการคณะสงฆ์คัดเลือกพระภิกษุ 7 รูป ให้ศึกษาที่มหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อจะได้กลับมาสอนเผยแพร่ภาษาไทยที่ภูมิลำเนาของตน เป็นรูปหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกไปด้วย
ในช่วงแรกจำพรรษาที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ต่อมาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส โปรดให้ย้ายมา อยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ช่วยเหลืออุปัฏฐากพระองค์ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม
พ.ศ.2452 ได้ทำทัฬหีกรรมที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระอุปัชฌาย์, พระเทพเมธี (จู อิสสรญาโณ) เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า อุตตโม
ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส เป็นหลัก และศึกษากับนายนาถ
พ.ศ.2448 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค
นอกจากนี้ยังได้รับการศึกษาอบรมงานต่างๆ ทั้งที่เป็นธุระส่วนพระองค์และกิจ พระศาสนา ตามที่ทรงมอบหมาย เรียนรู้งานเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
ด้านวิชาการ มีความเชี่ยวชาญด้านปริยัติธรรมอย่างมาก สามารถค้นคว้าคัมภีร์แล้วเรียบเรียงมาเทศนาได้อย่างลึกซึ้ง จับใจผู้ฟัง จนแม้แต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ยังทรงเลื่อมใส
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งตั้งท่านเป็นพระคณาจารย์โทในทางแสดงธรรม มีตำแหน่งเทียบเท่าเจ้าคณะเมือง มีประกาศเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2456 แล้วเลื่อนเป็นพระคณาจารย์เอก (เทียบเท่าเจ้าคณะมณฑล) มีประกาศเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2458
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2451 เป็นเจ้าคณะมณฑลภูเก็ต พ.ศ.2454 เป็นเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร พ.ศ.2467 เป็นเจ้าคณะมณฑลสุราษฎร์พ.ศ.2469 เป็นเจ้าคณะมณฑลภูเก็ต (สมัยที่ 2)
พ.ศ.2471 เป็นเจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2449 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอริยกระวี พ.ศ.2459 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุธี พ.ศ.2464 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพโมลี
พ.ศ.2466 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมโกศาจารย์
พ.ศ.2472 เป็นพระราชาคณะทักษิณ คณิศวรานุนายก (เจ้าคณะรองคณะใต้) ที่ พระธรรมวโรดม
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2485 ด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ
สิริอายุ 63 ปี พรรษา 41