สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ทิม) – วันศุกร์ที่ 16 ต.ค.2563 น้อมรำลึก ครบรอบ 116 ปี ชาตกาล “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” (ทิม อุฑาฒิโม) อดีต เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามเขตพระนคร กรุงเทพฯ และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม ปูชนียาจารย์สำคัญ ผู้มีบทบาทและคุณูปการมากมายแก่วงการสงฆ์

เกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 ตรงกับวัน อาทิตย์ที่ 16 ต.ค.2447 ณ บ้านดอนสะแก ต.โคกโคเฒ่า อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

มีนามเดิมว่า ทิม พันธุเลปนะ หรือชื่อสกุลเดิมว่า “พันทา” บิดาชื่ออ่อน มารดาชื่อเทศ เป็นบุตรคนที่ 7 ในจำนวนพี่น้อง 9 คน

อายุ 9 ขวบ ไปอยู่ที่วัดชายทุ่ง ต.โคกหม้อ ร่ำเรียนอักษรสมัย อยู่ในสำนักพระอาจารย์แสง สมภารวัดชายทุ่งจนมีความรู้ขั้นต้น

จึงถูกนำตัวมาฝากเป็นศิษย์ของพระพรหมมุนี (แย้ม อุปวิกาโส) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม แต่ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพกวี ในปี พ.ศ.2458

คุณแม่ทองดี ข้าหลวงในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสมรรัตน์ศิริเชษฐ์ (พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 4) เป็นผู้อุปการะสั่งสอน

พ.ศ.2463 บรรพชาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและความรู้วิทยาการสมัยใหม่เพิ่มเติม จนอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทมีพระพรหมมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรโมลี (อาบ อุปคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์

เข้าสอบจบเปรียญ 5 ประโยคและ นักธรรมโท แล้วปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์สอนธรรมและบาลีของสำนักเรียนวัดราชประดิษฐ์ ควบคู่ไปกับปฏิบัติศาสนกิจอื่นๆ

ถึงปี พ.ศ.2488 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ์ ต่อมาปี พ.ศ.2489 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญที่ พระเมธธรรมรส

พ.ศ.2490 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ และเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระเทพเมธากร

พ.ศ.2509 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปาโมกข์

จนถึงปี พ.ศ.2520 ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาขึ้นเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระธรรมปัญญาจารย์

ก่อนที่จะทรงโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะในราชทินนาม “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” เมื่อปี พ.ศ.2536

เป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

มีชื่อเสียงว่ามีความรู้แตกฉานทางพยากรณ์ศาสตร์เป็นพิเศษ เจริญรอยตามพระอุปัชฌาย์ คือ พระพรหมมุนี ที่เป็นปรมาจารย์ แห่งโหราศาสตร์ในสมัยที่ยังมีชีวิต

เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ์ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมคณะธรรมยุต กรรมการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ฝ่ายบรรพชิต กรรมการหาทุนในโครงการพัฒนาลุมพินีขององค์การสหประชาชาติ ฯลฯ

เน้นการศึกษา และจัดส่งพระเปรียญ พระนักธรรมผู้ทรงความรู้ไปเป็นครูอาจารย์สอนธรรม สอนบาลี ปฏิบัติกิจคณะสงฆ์ในสำนักต่างๆ และในต่างจังหวัด

เจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระเถระที่ใฝ่การศึกษาหาความรู้อย่างมาก และตลอดเวลา ไม่ว่าวิชาการสมัยใหม่อื่นใด ไม่ขัดกับพระธรรมวินัย ไม่ผิดกฎกติกาของวัด อันจะส่งตนให้เจริญก้าวหน้าและเป็นประโยชน์แก่ชาติและส่วนรวม

ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 10 ต.ค. 2543 เวลา 14.30 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน