คอลัมน์ มงคลข่าวสด
สิ้นพระเถระเพชรบุรี – พระเทพสุวรรณโมลี (เเคล้ว อุตตโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ.เพชรบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 สาธุชนต่างประจักษ์ ในผลงานต่างๆ เป็นที่ยกย่องเชิดชูมากมาย และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนสำหรับพระภิกษุ-สามเณรรุ่นหลัง รวมทั้งชาวเพชรบุรีได้เจริญรอยตาม
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า แคล้ว นาคปุรยานันท์ เกิดเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2474 ที่หมู่ 6 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร
เป็นบุตรคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน บิดา-มารดาชื่อ นายเลข และนางชื่น นาคปุรยานันท์
เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2489 ที่วัดแหลมปอ ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร และเข้าศึกพระปริยัติธรรมที่วัดสมุหนิมิต ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
เอาใจใส่การศึกษาและวัตรปฏิบัติต่างๆ จนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดแหลมปอ ได้เป็นสามเณรเปรียญ
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2494 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดแหลมปอ ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีพระครูสุวีราสยคุณ เจ้าอาวาสวัดแหลมปอ เป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 1 ปี จนสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ระหว่างเรียนนั้น ยังได้ช่วยอาจารย์สอนบาลีประโยค 1-2 ด้วย ต่อมาย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี ในสมัยที่มีพระสุวรรณมุนี (ผัน) เป็นเจ้าอาวาสวัด และเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
ได้รับความไว้วางใจ มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย
โดยในปี พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่และเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย (โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา) เป็นประธานกรรมการอำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดมหาธาตุฯ, ในปี 2499 เป็นพระวินัยธร และสอบได้ประโยคครูพิเศษมูล
พ.ศ.2500 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้เทศนาอบรมประชาชน และหน่วยงานราชการ อบรมพระภิกษุสามเณร ให้โอวาทเป็นประจำทุกเดือน, อบรมศีลธรรมแก่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในวันธัมมัสสวนะ ร่วมมือกับทางราชการ ให้ข้าราชการบำเพ็ญประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบ
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2505 เป็นพระกรรมวาจาจารย์, พ.ศ.2511 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ, พ.ศ.2515 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ, พ.ศ.2525 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี, พ.ศ.2526 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2547 เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร พ.ศ.2548 เป็นเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี พ.ศ.2555 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ.2559 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระสุธีวัชโรดม พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่พระราชสุวรรณมุนี พ.ศ.2548
พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่พระเทพสุวรรณโมลี
นอกจากนี้ พ.ศ.2555 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2559 ได้รับปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
ด้วยย่างเข้าสู่วัยชรา สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม มีอาการอาพาธด้วยโรคหัวใจและเข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2562
ที่ผ่านมา เข้ารักษาอาการมาอย่างต่อเนื่อง เข้าพบแพทย์ตามนัดเป็นประจำทุกครั้งมิได้ขาด แต่อาการไม่ดีขึ้น
จนกระทั่งเมื่อเวลา 05.42 น. วันที่ 9 มี.ค.2564 จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 90 ปี พรรษา 69
สร้างความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ
ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ เวลา 19.00 น. ที่หอประชุมวัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นเวลา 50 วัน