พระราชปริยัติกิจ (ผล ผลิตธมฺโม) หรือที่รู้จักในนามทั่วไปว่า หลวงพ่อผล นามสกุล พลอยล้วน ท่านเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2478 ณ หมู่ที่ 14 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โยมบิดาชื่อ นายเฮง โยมมารดาชื่อ นางโถม นามสกุล พลอยล้วน มีพี่น้องหญิงชายร่วม 7 คน ปัจจุบันอายุ 82 พรรษา62
ในวัยเด็ก สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดมงคลพุการาม ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี แล้วจึงได้ช่วยงานบิดามารดาทำนาเลี้ยงชีพ จวบจนย่างอายุ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทตามประเพณี เมื่อวันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2498 ณ พัทธสีมาวัดตะวันเรือง ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

โดยมีพระครูพินิจธัญโสภณ วัดผลาหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ ,พระอธิการสังวาล วัดตะวันเรือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ , พระจำรัส คนฺธสีโล วัดผลาหาร เป็นพระอนุสวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้ว จึงได้มาจำพรรษาที่วัดมงคลพุการาม ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมจนสามารถสอบไล่ได้นักธรรม่ชั้นตรี โท และเอก และท่านมีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาหาความรู้อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถสวดท่องจำพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่พรรษาแรกที่อุปสมบท
ด้วยความใคร่รู้ในหลักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างยิ่งยวด ท่านมีความสนใจอยากศึกษาบาลี เพื่อจะได้สามารถค้นคว้าพระไตรปิฏกได้ จึงได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดพุฒิปรางค์ปราโมทย์ ในจ.นนทบุรี 3-4 พรรษาโดยการแนะนำของโยมพี่สาว เพื่อสะดวกในการขึ้นเรือจากจ.นนทบุรี ไปเรียนบาลีที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษ์ฏิ์ ท่าพระจันทร์ กทม.
แต่ด้วยการเดินทางที่ยากลำบากมากในสมัยนั้น เพราะหน้าฝนน้ำท้วมหนักต้องพายเรือบ้าง เดินลุยน้ำบ้าง เพื่อไปเรียนหนังสือ ในปี พ.ศ.2507 จึงได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง) ถึง 9 พรรษา ด้วยความวิริยะอุตสาหะช่วยกิจการงานคณะสงฆ์ด้วยดีมาตลอด จนได้รับความไว้วางใจ
ปี พ.ศ.2516 จึงได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกุนนทีรุทธาราม เป็นพระคู่สวด และเป็นพระครูใบฏีกา ฐานานุกรม ในพระมงคลทิพยมุนี (เมี้ยน ปภสฺสโร) และในปีเดียวกันนี่เอง ท่านจึงได้รับมติคณะสงฆ์เขตพญาไทแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสวัดพรหมวงศาราม นับได้ว่าเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกจวบจนถึงปัจจุบัน

เมื่อท่านเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสแล้ว วัดในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้ แต่ด้วยความที่ท่านเป็นพระนักพัฒนา ไม่หยุดนิ่ง เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนในพื้นที่ ท่านได้นำพาญาติโยมชาวดินแดง – ห้วยขวาง ก่อสร้างเสนาสะถาวรวัตถุอาทิ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาธรรมสังเวช กุฏิที่พักสงฆ์มากมาย ได้นำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดอย่างรวดเร็วเรียกได้ว่า พระเณรที่อาศัยอยู่อย่างสุขสบายในยุคนี้ ก็ด้วยอาศัยบารมีและผลงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อโดยแท้
ในด้านของการศึกษา ท่านได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ได้ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม และบาลี เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้พระภิกษุสามเณร ที่ได้บรรพชาอุปสมบทเข้ามาในพระพุทธศาสนา จะได้มีสถานที่ศึกษาหาความรู้ทางธรรมให้กระจ่างแจ้งตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดยได้กำลังสำคัญจากพระมหาจันทร์แก้ว จนฺทรตโน เปรียญธรรม 6 ประโยค (ปัจจุบันเป็น พระมงคลรัตนาภรณ์) เป็นอาจารย์ใหญ่สำนักเรียนรูปแรก ปัจจุบันในปีหนึ่งๆ มีพระภิกษุสามเณรสอบไล่ได้ทั้งแผนกธรรมและบาลีเป็นจำนวนมาก มีพระภิกษุสอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ในนามสำนักเรียนวัดพรหมวงศาราม มากถึง 13 รูป และยังได้ก่อตั้งมูลนิธิวัดพรหมวงศารามขึ้น เพื่อนำปัจจัยใช้ในกิจการด้านการศึกษา อีกทั้งยังมอบทุนการศึกษาแก่ผู้สอบได้ในทุกๆปีอีกด้วย
กระทั้งในปี พ.ศ.2547 จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินามที่ “พระโกศลปริยัติกิจ” และในปี พ.ศ.2553 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามที่ “พระราชปริยัติกิจ”
ปัจจุบันหลวงพ่อพระราชปริยัติกิจ อายุ 82 ปี พรรษา 62 ท่านเป็นพระผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาพรหมวิหารธรรม เป็นที่รัก เคารพ ยำเกรง ของศิษยานุศิษย์อย่างยิ่ง ทุกวันพระปาฏิโมกข์ท่านจะให้โอวาทสั่งสอนพระในวัดให้ยึดมั่นในคุณความดี ให้ตั้งอยู่ในหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านเมตตาพระเณรทุกรูปดุจเป็นลูกเป็นหลานท่าน
ในปัจจุบัน วัดพรหมวงศาราม ภายใต้บารมีธรรมของหลวงพ่อพระราชปริยัติกิจ นั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาร่วม 100 รูป ทุกปี มีพระบัณฑิตมหาเปรียญมากมาย ส่งเสริมให้ศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม สัปปายะทั้งอาหารและเสนาสนะสำหรับพระเณรผู้ต้องการศึกษาพระธรรมวินัย ในวันพระมีญาติโยมเข้ารักษาศีลอุโบสถจำนวนมาก มีการสวดสาธยายเปิดสอนพระไตรปิฏกตลอดทั้งปี และยังเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพมหานครแห่งที่ 6 อีกด้วย
วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2560 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อพระราชปริยัติกิจ เจริญอายุวัฒนมงคลครบ 82 ปี คณะศิษยานุศิษย์นำโดยพระครูสุธรรมคุณวัฒน์ จึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลพระผงรูปเหมือน รุ่นแรก เพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่ศิษยานุศิษย์ ญาติโยมที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง จะได้ระลึกนึกถึงพระคุณของท่านที่ได้บำเพ็ญมาตลอดเวลาในเพศบรรพชิตของท่าน เป็นแบบอย่างแก่การดำเนินชีวิตสืบไป