มงคลข่าวสด – อายุวัฒนมงคล 7 รอบ สมเด็จพระมหาธีราจารย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชูปถัมภ์ เนื่องในงานพิธีรับพระบัญชาแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม พิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 7 รอบ 84 ปี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกรเถร) ณ วัดยานนาวา และวัดเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2564 เลขาธิการมหาเถรสมาคม นำเรื่องที่สมเด็จพระสังฆราชทรงให้แจ้งต่อที่ประชุมทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมังกโร) วัดยานนาวา ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

นับเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รูปที่ 16
เป็นพระนักพัฒนา นักปฏิบัติที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ลุยงาน และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์ไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม มีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา และอุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาตลอด 62 พรรษา
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่าประสิทธิ์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นปสฤทธ์) สุทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2480 ที่บ้านยางน้อย ต.ก่อเอ้ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
บรรพชาเมื่อปี พ.ศ. 2491 ณ วัดยางน้อย และย้ายเข้ามาอยู่ ณ วัดมณีวนาราม ศึกษาพระปริยัติ อบรมพระกรรมฐาน และสนองการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นสำนักการบริหารคณะสงฆ์ที่สำคัญของจังหวัด โดยมีพระธรรมเสนานี (กิ่ง มหปฺผโล ป.ธ.5) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครูวิจิตรธรรมภาณี เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอเมืองอุบลราชธานี
ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการจังหวัด เป็นเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี และตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองเจ้าคณะ ภาค 10
ปี พ.ศ. 2497 ย้ายจากวัดมณีวนาราม จ.อุบลราชธานี เข้ามากรุงเทพมหานคร เลือกหาสำนักที่อยู่อาศัยเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม และมหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นการสั่งสมประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนา
ระยะแรก ได้รับเมตตานุเคราะห์จากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร ป.ธ.8) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษฎิ์ และพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ ป.ธ.8) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระศรีสุธรรมมุนี ให้พำนักในฐานะอาคันตุกะ ที่กุฏิหลังหอพระปริยัติธรรม คณะ 1
ช่วงก่อนเข้าพรรษา ปี พ.ศ. 2497 มีโอกาสเข้าไปกราบเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระมหาพุฒ สุวฑฒโน ป.ธ.๗ วัดสุทัศนเทพวราราม และได้รับความเมตตาให้พำนักอยู่ในห้องกุฏิด้านใน
หลังออกพรรษาท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระพุทธิญาณมุนี ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ซึ่งในปีนั้นเอง พระองค์ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัว
ปี พ.ศ. 2499 สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณกมหาเถร ป.ธ.9) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าคณะตรวจการภาค 3 ทราบข่าวว่ายังไม่มีสังกัด จึงขอให้ย้ายมาสังกัด ณ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงานวัด และสำนักงาน เจ้าคณะตรวจการภาค 3
ปี พ.ศ. 2501 อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร โดยสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณกมหาเถร ป.ธ.9) ขณะดำรงสมณศักดิ์ ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี, พระราชปัญญามุนี (อิน ติสฺสสโร ป.ธ.6) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระวินัยกิจโกศล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระพุทธิวงศมุนี ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระมหาบุญมา ทีปธมฺโม ป.ธ.6 เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มีคุณหญิงเนื่อง บุรีนวราษฐ์ และหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์-หม่อมเสมอ สวัสดิวัตน์ เป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์
หลังจากอุปสมบท และสนองงานพระศาสนา จนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ อาทิ เป็นเลขานุการเจ้าอาวาส ประจำสำนักงานเจ้าคณะตรวจการคณะสงฆ์ภาค 3 เป็นเลขานุการหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 6 เลขานุการรองแม่กองงานพระธรรมทูต เลขานุการแม่กองงานพระธรรมทูต เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเลขานุการประธาน อปต. เป็นต้น
สนองงานทั้งในพระอาราม และนอกพระอาราม ทั้งในประเทศ และในต่างประเทศ
ปี พ.ศ. 2518 สมเด็จพระธีรญาณมุนี ในฐานะแม่กองงานพระธรรมทูต และรองประธานโครงการสร้างวัดไทยนครลอสแองเจลิส ได้รับนิมนต์ให้ไปเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ สร้างกุฏิสงฆ์หลังแรกของวัดไทยนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นองค์ประธานโครงการ
จึงได้เดินทางติดตามไปในฐานะเลขานุการแม่กองงานพระธรรมทูต ซึ่งเป็นงานประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ทำให้เกิดการวางรากฐานพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทไทยในนครนิวยอร์ก และขยายไปทั่วทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา ในนามของคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่สืบมาถึงปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา
จากความสำเร็จในการวางรากฐานพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทไทย ในนครนิวยอร์ก ได้มีชาวพุทธจากเมืองและรัฐต่างๆ อาทิ จากนครชิคาโก นครลอสแองเจลิส นครฮิวสตัน นครดาลัด นครไมอามี และอีกหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา ขอปรึกษาและขอความสนับสนุนในกิจการพระศาสนา ซึ่งเป็นประเด็นปัญญา พระองค์จึงกราบเรียนขอแนวปฏิบัติมายังเจ้าพระคุณสมเด็จฯ แม่กองงานพระธรรมทูต ผู้บังคับบัญชาในประเทศไทย ซึ่งได้รับการอนุญาตให้พระองค์อยู่เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ให้คำปรึกษา และส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ของพุทธศาสนิกชนในสหรัฐอเมริกาต่อไป
ช่วงต้นปี พ.ศ. 2519 ร่วมกันจัดตั้งองค์กรการประชุมสงฆ์ไทยขึ้น เพื่อปรึกษาหารือในการปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ให้ชอบด้วยกฎหมายและพระธรรมวินัย เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวโลก ให้สอดคล้องเป็นแบบฉบับอันเดียวกัน โดยได้รับอนุมัติจากทางการสหรัฐเมริกาให้ใช้ชื่อว่า “สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา”
กลางปีนั้น ศูนย์พุทธศาสนาไทยแห่งรัฐอิลลินอยส์ และพุทธศาสนิกชนในนครชิคาโก มีมติจัดตั้งวัดพระพุทธศาสนาขึ้นในนครชิคาโก และได้นิมนต์พระองค์เป็นประธานโครงการฯ (เจ้าอาวาส)
ปี พ.ศ. 2520 คณะกรรมการมีมติในการเลือกหาอาคารสถานที่ก่อตั้งวัด ณ นครชิคาโก ซึ่งมหาเถรสมาคมได้อนุมัติให้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณกมหาเถร) วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และเจ้าพระคุณสมเด็จพระ พุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนมหาเถร) เมื่อยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมคุณาภรณ์ วัดสระเกศ เดินทางไปเป็นประธานประกอบการพัทธสีมาพิธี ณ นครชิคาโก อันเป็นการวางรากฐานพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทแบบไทยให้หยั่งรากลึกลงไว้ ณ มหานครชิคาโก
จัดเป็นสังฆกรรมการพัทธสีมา พิธีประวัติศาสตร์แห่งแรกในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยมีพระสงฆ์ไทยทั่วสหรัฐมาร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนานาชาติมาร่วมในการพัทธสีมาพิธีเป็นจำนวนมาก
ปี พ.ศ. 2545 ได้รับเลือกจากพุทธบริษัทในสหรัฐอเมริกา ให้เป็นประธานโครงการการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในดินแดนที่พระองค์เสด็จพระราชสมภพ เป็นอีกงานประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่เกิดขึ้น
ปี พ.ศ. 2553 ได้รับอนุญาตจากทางการเมืองเรย์แฮม ให้สร้างวัดเต็มพื้นที่ 25 ไร่ ต่อมาได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพุทธศิลป์การออกแบบยอดเยี่ยมจากสถาบันสถาปนิกรัฐแมสซาซุเซตส์ สหรัฐอเมริกา
การทั้งปวงอันเป็นมงคลนี้ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณา และพระราชบารมีในสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์อัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างหาที่สุดมิได้ และด้วยพระเมตตากรุณาของพระมหาเถรานุเถระ พระสงฆ์สหธรรมิก กัลยาณมิตร ตลอดจนสาธุชนผู้มีจิตเปี่ยมด้วยกุศลศรัทธาสามัคคี และมีความปรารถนาดีงาม
สำหรับกำหนดการพิธีรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 7 รอบ 84 ปี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมังกโร) ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. เวลา 16.00 น. สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ถวายสักการะ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ถวายสักการะและอ่านพระบัญชา จากนั้น สมเด็จพระสังฆราช ทรงมอบพระบัญชาแต่งตั้ง
วันจันทร์ที่ 24 พ.ค. เวลา 06.30 น. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตักบาตรพระภิกษุ-สามเณร 199 รูป เวลา 10.00 น. ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ เดินทางถึงพระอุโบสถ ถวายเครื่องสักการะ ถวายน้ำสรงพระราชทาน พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 16 รูป เจริญพระพุทธมนต์
คณะศิษยานุศิษย์ร่วมแสดงมุทิตาสักการะ รับของที่ระลึก เป็นเสร็จพิธี