หลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ ศิษย์เอก’หลวงพ่อคูณ’ : มงคลข่าวสด
หลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ – ‘พระเทพวิทยาคม’ หรือ ‘หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ’ อดีตพระเกจิชื่อดังแห่ง วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระสงฆ์ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่สนใจแก่คณะศิษยานุศิษย์ผู้พบเห็น คือ การนั่งยอง พูดกูมึง ดำรงตนแบบสันโดษ จนกลายเป็นภาพที่เห็นกันชินตา
ด้านวัตถุมงคลมีมากมายหลายประเภท ซึ่งล้วนได้รับความนิยมและแสวงหาทั้งสิ้น
แม้ท่านจะละสังขารกว่า 6 ปีแล้ว แต่ความเลื่อมใสศรัทธายังมิได้เสื่อมคลาย
ล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ปรากฏนามพระเถระชื่อดัง คือ ‘หลวงพ่อทอง สุทธสีโล’ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ในระดับแนวหน้า
เป็นศิษย์เอกหลวงพ่อคูณ จัดสร้างวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณหลายต่อหลายรุ่น เป็นที่เลื่องลือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิทยาคมเข้มขลัง
มักจะได้รับกิจนิมนต์ให้ร่วมในพิธีพุทธา ภิเษกวัตถุมงคลอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบัน สิริอายุ 72 ปี พรรษา 50
มีนามเดิมว่า ทอง กล้าหาญ เกิดวันที่ 31 ส.ค. 2492 พื้นเพเป็นชาวบ้านโนนสูง ต.วังหิน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา บิดา-มารดาชื่อ นายบัว และ นายภู กล้าหาญ
เกิดมาก็อาภัพ พ่อกับแม่แยกทางกัน ต้องไปอาศัยอยู่กับพ่อใหญ่แม่ใหญ่ (ตายาย) โดยไปอยู่พร้อมกับพี่สาว ชื่อ นางบุญตา ต่อมาแม่ก็มาเสียชีวิต ทำให้ ไร้ที่พึ่งตั้งแต่วัยเด็ก
ชีวิตวัยเด็กไม่ได้สนุกสนานเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน ต้องทำนาและเลี้ยงควาย ช่วยตากับยายซึ่งแก่ชราแล้ว มีวันหนึ่งที่ซุกซนปีนขึ้นไปเล่นบนกิ่งไม้แล้วหักลงมาถูกคันนา หัวแตกจนเป็นรอยแผลเป็น
หลังจบชั้น ป.4 ที่ ร.ร.วัดบ้านโนนสูง ต.วังหิน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ออกไปรับจ้างทั่วไป ทั้งทำนาหรือเกี่ยวข้าว ได้ค่าจ้างวันละ 5 บาท เพื่อมาใช้จ่ายจุนเจือในครอบครัวหารายได้เสริม ด้วยพ่อใหญ่แม่ใหญ่อายุมากแล้ว
แต่ครั้งที่ลำบากที่สุดในชีวิต คือการติดตามคนในหมู่บ้านไปรับจ้างตัดฟืนเผาถ่านที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ต้องล้มป่วยลงด้วยเป็นไข้ป่า ถูกส่งมารักษาตัวอยู่ที่โคราช เมื่อหายดีก็ไปทำงานรับจ้างเฝ้าสวนมะม่วงให้เจ้านายที่หัวทะเล
อายุ 21 ปี จึงคิดออกบวชทดแทนบุญคุณบุพการี แต่ปัญหาคือไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อผ้าไตรจีวร โชคดีที่มีญาติของเจ้านายเป็นครูที่ ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย รับเป็นเจ้าภาพ จัดซื้อเครื่องบวชให้
เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ.2514 มีหลวงพ่อแถว เป็นเจ้าอาวาสขณะนั้น ส่วนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นพระลูกวัด
ขณะบวชเรียนที่วัดสระแก้ว หลวงพ่อคูณได้เมตตาและเห็นว่าเป็นพระที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูดจา ว่านอนสอนง่าย วาจาอ่อนน้อม เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน จึงถ่ายทอดสรรพวิชาและคาถา รวมทั้งการจารอักขระตะกรุด และยันต์ เป็นต้น
จึงนับถือเป็นศิษย์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อคูณเดินทางไปไหนจะนำพาไปด้วยเสมอ ศิษย์หลวงพ่อคูณมีอยู่ทั่วประเทศ แต่ที่ถ่ายทอดวิชาให้และรับเป็นศิษย์เอก คือ ‘หลวงพ่อทอง’
จึงถือว่าเป็นศิษย์เอกก้นกุฏิ ไม่ว่าหลวงพ่อคูณไปจำพรรษาที่ไหน ก็จะคอยตามไปอุปัฏฐากรับใช้ พ.ศ.2517 หลวงพ่อคูณให้ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณ
ปี 2517 ก่อนจะติดตามไปจำพรรษาหลายที่ อาทิ จ.ภูเก็ต จ.ราชบุรี จ.ลพบุรี จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
ต่อมา ทั้งพระอาจารย์และศิษย์กลับมาสู่วัดสระแก้ว ก่อนจะไปพัฒนาวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด กระทั่ง พ.ศ.2533 ส่งให้ หลวงพ่อทองไปจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทเขายายหอม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ฝึกสมาธิบำเพ็ญภาวนา อยู่ช่วยพัฒนาวัดเจริญรุ่งเรืองสืบเรื่อยมา
ในเวลาต่อมา กลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา โดยมีลูกศิษย์ลูกหาแวะเวียนมาทำบุญที่วัดไม่ขาดสาย
ตามรอยอาจารย์ของท่าน ซึ่งก็คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ นั่นเอง