เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2566 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้พระสังฆาธิการคณะธรรมยุตเฝ้ารับประทานพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการ

ในการนี้ พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตโต) เข้ารับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกด้วย

สำหรับพระธรรมวชิรญาณ เป็นพระเถระที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนสำหรับพระภิกษุ-สามเณรรุ่นหลัง

ปัจจุบัน สิริอายุ 69 ปี พรรษา 49 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ

มีนามเดิม จิรพล พรหมทอง เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2496 ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 1 ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา บิดา-มารดาชื่อ นายพริ้มและนางเกลื้อม พรหมทอง

ในวัยเยาว์ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มุ่งศึกษาอย่างจริงจัง แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัดยังมีความไม่พร้อมในด้านการศึกษาหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง

เข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2513 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

กระทั่งอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2517 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระศรีวิสุทธิญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูเกษมวรคนี วัดน้ำขาวนอก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก และสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารขณะนั้น มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาสทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย

แม้กาลล่วงมา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สิ้นพระชนม์ ยังคงได้รับความไว้วางใจจากสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารรูปต่อมา ได้มอบหมายงานสำคัญๆ อยู่เนืองนิตย์

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2536 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ.2554 เป็นเจ้าคณะแขวงบวรนิเวศ (ธรรมยุต) พ.ศ.2559 เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต)

พ.ศ.2558 เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ

พ.ศ.2565 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

พ.ศ.2566 เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งงานคณะสงฆ์ อาทิ รองแม่กองธรรมสนามหลวง, กรรมการกองอำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย, ผอ.ศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร, พระวิปัสสนาจารย์อบรมกัมมัฏฐาน และอื่นๆ

ช่วงปลายปี พ.ศ.2563 เมื่อครั้งที่สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร) วัดธรรมมงคล มรณภาพ พระธรรมวชิรญาณเมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ พระเทพสังวรญาณ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนท์วิหาร

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2540 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระโสภณคณาภรณ์ พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิญาณ

พ.ศ.2558 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวิสุทธิญาณ

ล่าสุด พ.ศ.2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ระบุว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระเทพสังวรญาณ เป็น พระธรรมวชิรญาณ ปฏิภาณธรรมสาธก วิปัสสนาวิธานดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 6 รูป

เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย วัตรปฏิบัติดี เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะด้านวิปัสสนาธุระ จะทำหน้าที่เป็นพระหลักในการอบรมเป็นประจำ

ถึงแม้จะเริ่มอายุมาก แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ เดินตามรอยปฏิปทาของพระป่าสายวิปัสสนาอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน