พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) จำนวน 20 รูป ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.2564 ตามประกาศพระบรมราชโองการ แต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 11 ธ.ค.2564 นั้น
บัดนี้ กรรมการมหาเถรสมาคมดังกล่าวได้ดำรงตำแหน่งมาครบกำหนดตามวาระแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 ตรี มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 15 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 20 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.2566 ประกาศ ณ วันที่ 22 พ.ย.2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
รายชื่อกรรมการมหาเถรสมาคม ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ จำนวน 3 รูป “พระพรหมวัชรเมธี” (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวราราม เป็นหนึ่งในนั้น
ปัจจุบัน สิริอายุ 81 ปี พรรษา 59 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ, เจ้าคณะภาค 9 และกรรมการมหาเถรสมาคม
มีนามเดิมว่า สมเกียรติ พัตตพักตร์ เกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.2486 ที่บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 4 ต.เลิงแฝก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อ นายทองสี และนางอุ่ย พัตตพักตร์
อายุ 13 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่วัดอัมพวันห้วยแคน อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีพระครูพิพัฒน์ศีลคุณ วัดบ้านกุดรัง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เป็นพระอุปัชฌาย์
ต่อมา เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2508 ที่วัดนาโพธิ์ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีพระครูชยธรรมานันท์ เป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ สังกัดสำนักเรียนคณะจังหวัดมหาสารคาม
จากนั้นมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอย่างจริงจัง แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัด ยังไม่พร้อมหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ที่สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม กรุงเทพฯ
พ.ศ.2514 สำเร็จจากร.ร.บาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2519 สอบได้ประโยคครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2525 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม
พ.ศ.2549 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2555 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย อาทิ งานด้านการศึกษา พ.ศ.2495-2510 พ.ศ.2509-2517 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี สำนักเรียนวัดพิชยญาติการาม กรุงเทพฯ พ.ศ.2509 เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
งานเผยแผ่ เป็นพระวิทยากร อบรมศีลธรรมเป็นประจำ และให้การสนับสนุนการแสดงธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะ ที่วัดอรุณราชวราราม
จัดพิมพ์เอกสารความรู้ทางพระพุทธศาสนามอบให้แก่ผู้สนใจทั่วไป ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้คำปรึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่ออกไปปฏิบัติศาสนกิจในส่วนภูมิภาคเป็นประจำทุกปี ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์ และทางราชการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในทุกระดับ
นอกจากนี้ ยังเป็นประธานสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ด้วย
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระเมธีวราภรณ์ พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชรัตนสุธี
พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี
พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมรัตนดิลก
วันที่ 7 ก.ค.2564 พระบรมราชโองการโปรดสถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวัชรเมธี
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2526 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม พระอารามหลวง พ.ศ.2539 เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2541 เป็นรองเจ้าคณะภาค 10
พ.ศ.2561 เป็นเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 9
ล่าสุด พ.ศ.2566 ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปที่มีบทบาททั้งด้านการศึกษาและการปกครองคณะสงฆ์