วันเสาร์ที่ 27 ม.ค.2567 น้อมรำลึกครบ 135 ปี ชาตกาล “หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม” วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา หนึ่งในพระป่ากัมมัฏฐาน ในฐานะแม่ทัพธรรมสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่สาธุชนให้ความเลื่อมใสศรัทธายิ่ง
มีนามเดิมว่า สิงห์ บุญโท เกิดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2432 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู ที่บ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี บิดาชื่อ อ้วน บุญโท เป็นข้าราชการหัวเมืองลาวกาว-ลาวพวน มีหน้าที่จัดการศึกษาและการพระศาสนา มารดาชื่อ นางหล้า บุญโท
พ.ศ.2446 บรรพชา ที่วัดบ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี
จนเมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดสุทัศน์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2452 มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระศาสนดิลก เจ้าคณะมณฑลภาคอีสาน เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นได้เข้าถวายตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้ฝึกอบรมสมาธิภาวนากัมมัฏฐานอยู่กับหลวงปู่มั่น
เนื่องจากท่านเป็นศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจจากท่านหลวงปู่มั่นเป็นอย่างมาก หลวงปู่มั่นจึงได้แยกย้ายให้ไปอบรมสั่งสอนประชาชน
เป็นพระที่สามารถให้อุบายธรรมแก่บรรดาลูกศิษย์ โดยไม่ว่าผู้ใดติดขัดปัญหาธรรมแล้ว จะแนะนำอุบายให้พิจารณาจนกระจ่าง บางโอกาสต้องรับภาระหน้าที่แทนหลวงปู่มั่น นับว่าหนักหนาพอสมควรทีเดียว
ต่อมาหลวงชาญนิคม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเลื่อมใสในพระธุดงค์กัมมัฏฐานมาก มีประสงค์เป็นอย่างยิ่งที่จะฟื้นฟูจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นศูนย์รวมของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงได้นิมนต์หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ให้ไปช่วยสร้างวัดป่าสาลวัน เพื่อเป็นวัดป่าตัวอย่างของฝ่ายวิปัสสนาธุระ
มีโอกาสพบกับสหธรรมิก ซึ่งต่อมาเป็นพระเถระผู้ใหญ่แห่งจังหวัดสุรินทร์คือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เกิดชอบอัธยาศัยไมตรีของหลวงปู่ดูลย์ จึงจัดการช่วยเหลือจนได้ญัตติเป็นพระธรรมยุติกนิกายสำเร็จเมื่อปี พ.ศ.2461
พ.ศ.2463 เดินธุดงค์ผ่านมาพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านนาสีดา ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง มีความเคารพนับถือพระอาจารย์สิงห์มากเป็นพิเศษ เข้ามารับใช้อุปัฏฐากทุกสิ่งอย่าง เด็กหนุ่มคนนั้นคือ หนุ่มเทสก์ เรี่ยวแรง ซึ่งก็คือ พระราชนิโรธรังสี คัมภีร์ปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) ในขณะนั้นมีอายุ 16 ปี
มองเห็นบุญญาธิการของหลวงปู่เทสก์ตั้งแต่แรกพบ เมื่อคณะธุดงค์จะออกจากวัดบ้านนาสีดา หลวงปู่เทสก์ (ในขณะนั้นคือ หนุ่มเทสก์ เรี่ยวแรง) ขอติดตามไปด้วย
หลวงปู่สิงห์จึงให้ไปขออนุญาตบิดามารดาเสียก่อน และก็ได้เป็นไปตามสภาพกุศลเกื้อกูลทุกประการ พาคณะธุดงค์เดินตัดตรงไปทาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้พักจำพรรษาโดยปักกลดในบริเวณป่าช้าแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งปฏิบัติสมาธิภาวนาธรรมชื่อว่า “วัดป่าอรัญญวาสี” อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
พร่ำสอนลูกศิษย์รัก ให้รู้จักเจริญพรหมวิหารธรรม ต่อมามอบหมายให้พระอาจารย์ลุย เป็นพระอุปัชฌาย์ บรรพชาสามเณรเทสก์ขึ้นที่วัดบ้านเค็งใหม่ จ.อุบลราชธานี
ในการทดแทนพระคุณอันสูงล้ำของบิดามารดา หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ได้เดินทางไปโปรดบิดา มารดา จนมีจิตใจแจ่มใสเบิกบานในธรรม ท่านได้ให้บิดามารดา เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยการแนะนำไปทีละน้อยๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของบุตรพึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2500 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ในราชทินนาม พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์
บั้นปลายชีวิต เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2507 เวลา 10.20 น. มรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งเรื้อรังในกระเพาะอาหาร ที่วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา สิริอายุ 73 ปี พรรษา 55