วันเสาร์ที่ 24 ก.พ.2567 น้อมรำลึกครบ 24 ปี มรณกาล “พระครูอรรถธรรมาทร” หรือ “หลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส” วัดดอนทอง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี พระเถราจารย์เชื้อสายเขมร วิทยาคมแก่กล้า
เกิดในสกุล ศิริวงษ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ธ.ค.2454 ตรงกับปีกุน ที่หมู่บ้านจางคาง เมืองปาดวง กำปงธม ครอบครัวประกอบอาชีพชาวนา
ในสมัยนั้นเมืองปาดวง เป็นเมืองชายแดนขึ้นอยู่กับไทยติดต่อกับประเทศเขมร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเสียดินแดนแถบนั้นไป จึงขึ้นอยู่กับประเทศเขมร
ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดพรรณราย เมืองกำปงธม มีหลวงพ่อแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์

อยู่จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและวิทยาคมกับหลวงพ่อแก้ว เนื่องจากมีชื่อเสียงกิตติคุณเด่นทางด้านเวทมนตร์ วิชาคาถาสายเขมร ยันต์อักขระขอมขนานแท้
สังเกตดูการลงอักขระเลขยันต์ ภาษาขอมได้ชัดเจนสวยงามและมีความชำนาญมาก
หลังจากจำพรรษาอยู่ที่วัดพรรณรายหลายพรรษา ตัดสินใจออกธุดงค์ไม่ขอคืนกลับถิ่นเดิม ออกเดินเข้าป่าธุดงค์ตลอดมาจนทั่วไปในป่าแถบนั้นหลายปี ธุดงค์รอนแรมมาตามป่าเขาลำเนาไพร เพื่อแสวงหาที่สงบวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม และปฏิบัติวิปัสสนาระหว่างทางในป่าเขาให้ถ้ำบ้าง ขุนเขาบ้างเป็นที่พำนัก รักษาศีล และเจริญวิปัสสนา พบกับความยากลำบากต่างๆ นานา
ระหว่างทางพบกับความลี้ลับมหัศจรรย์มากมาย ด้วยสมัยเมื่อ 40-50 ปีที่แล้ว ระหว่างชายแดนด้านประเทศเขมร มีแต่ป่าดงดิบ
หลวงพ่อเฮ็น พบกับพระผู้เรืองวิชาออกธุดงค์หลายองค์ แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ทางเวทมนตร์และการเจริญวิปัสสนา ทั้งที่เป็นชาวเขมรบ้าง ชาวไทยบ้าง ล้วนแต่ผู้มีความกล้าแข็งทั้งสิ้น เพราะในป่าดงดิบแถบนั้นการเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติเป็นเรื่องมิใช่ง่ายๆ
ใช้เวลาธุดงค์ยาวนานหลายปีวนเวียนอยู่ในป่าเขา จนการปฏิบัติวิปัสสนาก้าวหน้ากล้าแข็งดีแล้วจึงธุดงค์เข้ามาในเขตประเทศไทย
กระทั่งธุดงค์เข้ามาผ่านถึงเมืองสระบุรี เดินทางไปถึงบ้านดงตะงาว กิ่งอำเภอดอนพุด พบวัดดอนทอง เห็นเป็นวัดที่มีความสงบวิเวกดี มีบ้านเรือนชาวบ้านอยู่ไม่มากนัก จึงตัดสินใจเข้าไปพำนักพักอาศัย ได้รับความศรัทธาจากบรรดาญาติโยมและชาวบ้านอย่างมากมาย
จึงได้อยู่พำนักตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ระหว่างจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนทอง ท่านเป็นพระผู้มีศีลาจารวัตรเคร่งครัด มั่นคงในศีลปฏิบัติธรรมะวิปัสสนา อยู่อย่างสันโดษเงียบเรียบง่าย เป็นพระลูกวัดมานานหลายสิบปี ไม่สนใจตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งมีความเมตตา ใครมาขอให้ท่านช่วยเหลือสิ่งใด ก็สงเคราะห์ให้โดยไม่เห็นแก่ลาภสักการะ
มีแต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนสังวรอยู่ในศีล ไม่เคยคุยโม้โอ้อวด ท่านเป็นพระพูดน้อย ไม่ค่อยพูด ใครไปหาท่าน แล้วไม่พูดท่านก็ไม่รู้จะพูดจะคุยอะไรด้วย ต่างคนต่างเงียบกันไป แต่ท่านมีรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตา
สร้างมงคลวัตถุไว้หลายรุ่นหลายแบบ ทั้งที่สร้างเองและมีคณะศิษย์มาขอสร้างก็มี
นอกเหนือไปจากเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านดอนทอง แม้กระทั่งทหารนักรบที่อาสาไปรบในสงครามเวียดนาม ต่างมาขอวัตถุมงคล เพื่อคุ้มครองป้องกันภยันตราย
นอกจากนี้ ยังสร้างถาวรวัตถุไว้มากมายในวัดดอนทองจน ทำให้วัดเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตามลำดับ
ช่วงบั้นปลายชีวิต สังขารเริ่มโรย เกิดอาพาธบ่อยครั้ง สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง กระทั่งมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2543