วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ พล.อ.เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และ นางลินดา เฮอร์ลีย์ ภริยา เฝ้าถวายสักการะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล

โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราชมีพระปฏิสันถารด้วยเป็นการส่วนพระองค์ ความสรุปว่า ทรงยินดีต้อนรับผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและภริยา ด้วยออสเตรเลียกับไทยมีสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นใกล้ชิดกัน ทรงระลึกถึงวันเวลาที่เสด็จไปประทับ ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ นครซิดนีย์ เพื่อทรงปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูตไทยรุ่นบุกเบิกในออสเตรเลีย ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และท่านผู้สำเร็จราชการ ทรงศึกษาและศึกษาอยู่ ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน

เวลานั้น พระพุทธศาสนาเถรวาทจากประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จัก คงมีแต่สมาคมพุทธมามกะจีนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานอยู่ ทำให้คณะพระธรรมทูตไทย ได้มีโอกาสเจริญศาสนสัมพันธ์ในการเผยแผ่ร่วมกับคณะสงฆ์มหายาน จากนั้น พระพุทธศาสนาค่อยๆ เป็นที่รู้จักและนับถือแพร่หลายยิ่งขึ้นในหมู่ชนชาวออสเตรเลียตราบจนปัจจุบัน
แม้เมื่อเสด็จนิวัตประเทศไทยแล้ว ยังทรงมีโอกาสเสด็จไปปฏิบัติพระศาสนกิจ ณ เครือรัฐออสเตรเลีย อีกเนืองๆ หลายวาระ เช่น ที่กรุงแคนเบอร์รานั้น ได้ทรงพระอุปถัมภ์การก่อสร้างเจดีย์วัดธัมมธโร พร้อมทั้งทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปบรรจุไว้ด้วยพระองค์เอง

นอกจากนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงชวนให้ผู้สำเร็จราชการและภริยา ชมศิลปกรรมในพระอุโบสถพร้อมประทานพระอธิบายถึงสามัคคีธรรม ตามที่ปรากฏคาถาในตราแผ่นดิน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดับเหนือกรอบประตูภายในพระอุโบสถ ว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา” แปลความว่า “ความพร้อมเพรียงของชนผู้อยู่รวมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ” และประทานพระอธิบายถึงนพปฎลมหาเศวตฉัตรที่กางกั้นถวายพระพุทธอังคีรสเป็นพุทธบูชา ว่าเป็นเศวตฉัตรที่เคยกางกั้นถวายพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

อีกทั้งทรงอธิบายถึงพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ ที่บรรจุในพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรสด้วย
โอกาสนี้ พล.อ.เดวิด เฮอร์ลีย์ กราบทูลแสดงความปีติยินดีที่ได้เฝ้า และระลึกได้ว่า เคยมีโอกาสเข้ามาชมพระอุโบสถอันงดงามนี้แล้วครั้งหนึ่ง ในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนตัว การได้เฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงเป็นทั้งเจ้าอาวาสวัด อันมีประวัติศาสตร์สำคัญคู่ราชอาณาจักรและพุทธจักรไทย และทรงเป็นประมุขคณะสงฆ์ไทย ที่ในอดีตเคยเสด็จไปทรงบุกเบิกวางรากฐานพระพุทธศาสนาเถรวาทในออสเตรเลีย จึงเป็นความรู้สึกอันซาบซึ้ง นับเป็นนิมิตหมายแห่งการกระชับสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้ทวียิ่งๆ ขึ้นไป

เสร็จแล้ว สมเด็จพระสังฆราชเสด็จนำผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและภริยาไปชมของที่ระลึกประทาน ประกอบด้วยพระรูปฉายพร้อมลายพระหัตถ์ลงพระนาม ภาพถ่ายวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เหรียญพระรูป สำหรับหนังสือพระพุทธศาสนาภาคภาษาอังกฤษ หนังสือประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และหนังสือพระประวัติ

การนี้ พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ถวายผลไม้จากออสเตรเลีย และหนังสือว่าด้วยศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมออสเตรเลีย เป็นที่ระลึก
จากนั้น มีพระบัญชาโปรดให้ไวยาวัจกรนำผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและภริยา ชมศิลปกรรมและสถานที่สำคัญภายในพระอาราม เช่น พระวิหาร พระระเบียง พระวิหารคด พระเจดีย์ ซึ่งล้วนประดับด้วยกระเบื้องเบญจรงค์อย่างประณีต

พร้อมทั้งนิทรรศการภาพวาดพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม