วันพุธที่ 28 ก.พ.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 139 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อเสมา จันทโชโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดตลุกดู่ ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ผู้ประกาศิตป่าสักธรรมชาติ จ.อุทัยธานี “กูเอาไม้ป่าไปทำไม่ได้ คนอื่นก็เอาไปทำไม่ได้เช่นกัน”
ด้วยวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เกิดเป็นปาฏิหาริย์สำคัญทำให้ป่าสักธรรมชาติ ที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ยังคงสภาพความสมบูรณ์ตามธรรมชาติมาจนทุกวันนี้
วันที่ 9 ธ.ค.2520 คณะสงฆ์จังหวัดอุทัยธานี จัดงานอนุสรณ์ป่าสัก ฉลองรูปจำลองหลวงพ่อเสมา เนื่องด้วยคำพูดของท่านในครั้งนั้น ทำให้ป่าไม้สักดังกล่าว อยู่รอดจากตัดโค่นทำลาย
ป่าสักแห่งนี้ กลายเป็นที่มาของ “อำเภอลานสัก” อันเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ของชาวอุทัยธานี
เกิดที่บ้านสีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันอังคารที่ 21 ก.ค.2428
เมื่ออายุ 15 ปี บิดานำไปฝากให้เรียนหนังสือกับพระอาจารย์โพ เจ้าอาวาสวัดสีแก้ว เล่าเรียนอยู่ 2 ปี จนสามารถอ่านออกเขียนได้
ต่อมาบรรพชาเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม และพออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด มีพระอาจารย์เสน เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับฉายาว่า จันทโชโต แปลว่า ผู้มีแสงสว่างดังดวงจันทร์
จำพรรษาอยู่ที่วัดสีแก้ว 1 พรรษา ก่อนย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดคอกควาย อ.เมือง จ.ลพบุรี ศึกษาพระธรรมวินัยกับพระอาจารย์มี 1 พรรษา
มีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ แต่เกิดอาพาธอย่างหนัก ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่วัดมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม อีก 1 พรรษาจนหายดี และย้ายไปอยู่วัดตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี
พ.ศ.2468 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส
พ.ศ.2472 ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ ขนาดยาว 15 วา กว้าง 5 วา ครั้งนั้น การสร้างเสนาสนะของวัดตลุกดู่จำเป็นมาก เพราะศรัทธาของชาวบ้านที่มาทำบุญมีจำนวนมากขึ้น หลวงพ่อเสมาได้สร้างศาลาการเปรียญ และสร้างอุโบสถขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างจำเป็นต้องใช้ไม้ สำหรับประกอบเป็นเครื่องบนของอุโบสถ เห็นว่าในป่าแห่งหนึ่งมีไม้สักที่ต้องการอยู่ จึงนำประชาชนที่มาช่วยการสร้างอุโบสถไปตัดไม้ ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตำหนิ โดยมิให้นำไม้ออกจากป่าดังกล่าว ความหวังของหลวงพ่อเสมาและชาวตลุกดู่ได้หยุดลง
จากนั้น จึงตัดสินใจไม่เอาไม้ออกจากป่านี้ พร้อมกับกล่าวว่า “กูเอาไม้ในป่านี้ไปทำไม่ได้ คนอื่นก็เอาไปทำไม่ได้เช่นกัน” จากนั้น หลวงพ่อเสมาให้ชาวบ้านหาซื้อไม้ไปจัดทำอุโบสถจนแล้วเสร็จ
มรณภาพเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2484 สิริอายุ 56 ปี
วาจาของหลวงพ่อเสมาที่มิให้นำไม้สักออกจากป่า กลายเป็นประกาศิตที่ไม่มีใครกล้านำไม้สักในป่าดังกล่าวมาใช้ประโยชน์อีกเลย ทั้งนี้ หากมีผู้ใดนำไม้ออกไป ก็จะมีอันเป็นไป เช่น ไฟไหม้บ้าน
ทำให้ป่าไม้สักมีพื้นที่ 500 ไร่แห่งนี้ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้สักจนทุกวันนี้ จนกลายเป็นชื่ออำเภอลานสักในปัจจุบัน