วันศุกร์ที่ 1 มี.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 108 ปี ชาตกาล “หลวงปู่วาส สีลเตโช” อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งวัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นศิษย์เอกสืบสายธรรมจากหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อทองสุข และหลวงตาใย แห่งวัดสะพานสูง รวมทั้งอาจารย์แปลก ร้อยบาง ฆราวาสจอมขมังเวทด้วย

มีเมตตาธรรมสูง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนาที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

เกิดในสกุล เกิดน้อย เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค.2459 ที่บ้านในเขต อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายพัดและนางเลื่อน

อายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท โดยมีพระสุเมธาจารย์เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่กลิ่น วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน จ.นนทบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานามว่า สีลเตโช

สำหรับประวัติที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่เอี่ยม ชัดเจนที่สุด คือหลวงปู่วาส สืบทอดพุทธาคมจากอาจารย์แปลก ร้อยบาง แห่งวัดสะพานสูง และยังเป็นทายาทโดยสายเลือดของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง โดยเป็นเหลนของทวดอิ่ม ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวร่วมอุทรของหลวงปู่เอี่ยม

นอกจากนี้ ยังมีศักดิ์เป็นหลานของหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน ที่เป็นทั้งน้า และอา เกี่ยวโยงเป็นญาติกัน

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2480 เมื่อครั้งที่ท่านบวชนั้น ทั้งหลวงปู่กลิ่น วัดสะพานสูง และหลวงพ่อสุ่น เดินทางไปร่วมงานฉลองพระใหม่ที่บ้าน และหลวงพ่อสุ่น มอบหนุมานเนื้องาและผ้ายันต์ให้เป็นของที่ระลึก พร้อมกับบอกคาถาปลุกเสกหนุมานให้ด้วย

ส่วนพระอาจารย์ผัน วัดอินทาราม ศิษย์เอกของหลวงปู่กลิ่น และเป็นผู้ที่สร้างพระปิดตา-พระลำพูน ถวายหลวงปู่กลิ่นแจกในงานแซยิด ครบ 6 รอบ

สำหรับพระอาจารย์ผัน ยังมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติผู้พี่ของหลวงปู่วาสด้วย

ส่วนหลวงพ่อจำปา พระเกจิอาจารย์ทางด้านสักยันต์ แห่งวัดสาลีโข มีศักดิ์เป็นหลวงน้าของหลวงปู่วาส

กล่าวกันว่า หลวงปู่วาสเป็นผู้สืบทอดวิชาตะกรุดโสฬสมหามงคล ตะกรุดมหาอุด

ในอดีตที่ผ่านมา หลวงปู่วาส ฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์แปลก ร้อยบาง ฆราวาสทายาท พุทธาคมยันต์มหาอุด

ตามความเดิมนั้น อาจารย์แปลก ร้อยบาง เป็นศิษย์ฆราวาส ร่ำเรียนวิชาการทำตะกรุดโสฬสมหามงคล มาจากหลวงปู่กลิ่น ในฐานะศิษย์สายตรงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นฆราวาส ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองนนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

จวบจนหลวงปู่กลิ่นมรณภาพ อาจารย์แปลกก็ยังคงจารตะกรุด จนถึงสมัยของหลวงปู่สุข และในครานั้นเองอาจารย์แปลก ได้ถ่ายทอดวิชาการทำตะกรุดมหาอุดให้หลวงปู่วาส

ส่วนหลวงตาใย ศิษย์หลวงพ่อทองสุข ครอบครูยันต์โสฬสมงคลให้กับหลวงปู่วาสอีกด้วย

หลวงปู่วาสร่ำเรียนวิชานี้อย่างครบสูตรวิชาโสฬสมหามงคลและยันต์มหาอุดจนเกิดความชำนาญ สามารถสานต่องานลงจารเขียนยันต์ด้วยจิตที่มีสมาธิแน่วแน่บังเกิดเป็นพุทธคุณเห็นทันตาในยุคนั้น

นอกจากความเป็นพระเกจิชื่อดังแล้ว ในอีกด้านหนึ่งท่านยังเป็นพระนักพัฒนาด้วย

พ.ศ.2552 หลวงปู่วาส บริจาคปัจจัยที่คณะศิษย์ได้ร่วมทำบุญ จัดตั้งเป็นกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดสะพานสูง เป็นจำนวนเงิน 450,000 บาท นำไปเป็นค่าทุนการศึกษาส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มให้บุตรหลานชาวบ้านข้างวัดที่มีฐานะยากจน มีนายวิเชียร พุทธิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานร่วมแจกทุนดังกล่าวด้วย

รวมทั้งทุนเรียนดีสำหรับนักเรียนที่สามารถสอบผ่านธรรมศึกษาชั้นตรี-โท และเอก รวมทั้งปรับแนวการเรียนการสอนธรรมศึกษาไม่ให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายด้วยการจัดสอนดนตรีไทยประเภทอังกะลุง และประเภทเครื่องสาย

พัฒนาวัดสะพานสูงอย่างเป็นรูปธรรม ก่อสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุจำนวนมากไว้เป็นอเนกประการ

หลวงปู่วาสจึงนับเป็นพระเกจิอาจารย์และพระนักพัฒนา ที่มีแต่ให้ ไม่เคยหวังผลจากความดีความชอบ หรือการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

ทำให้ได้รับการยกย่อง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและวิทยาคม

วันที่ 15 เม.ย.2559 มรณภาพด้วยสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างสงบ ที่ ร.พ.กรุงไทย ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สิริอายุ 100 ปี พรรษา 79

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน