นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศพระนิสิตทุนพระราชทานโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปีการศึกษา 2566 เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอประชุมพุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนการศึกษาถวายแด่พระภิกษุ-สามเณร ประจำปีการศึกษา 2566 ได้แก่ ทุนศึกษาบาลี ในระดับเปรียญธรตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนการศึกษาถวายแด่พระภิกษุ-สามเณร ประจำปีการศึกษา 2566 ได้แก่ ทุนศึกษาบาลีในระดับเปรียญธรรม 6 ประโยค จำนวน 35 ทุน และทุนระดับอุดมศึกษา ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รวมจำนวน 245 ทุน
ครั้งนี้ โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จัดพิธีปฐมนิเทศมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ ต้องการให้ พระนิสิตทุนพระราชทานที่ได้เข้ารับการถวายทุนพระราชทานดังกล่าวไปแล้วนั้น มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติ และความเป็นมาของโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติในระหว่าง รับทุน และเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างพระนิสิตทุนกับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปฐมนิเทศพระนิสิตทุนพระราชทานในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ และเป็นปัจจัยส่งเสริมให้บังเกิดกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา และพร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป

โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อตั้งขึ้น ด้วยทรงมีพระราชปณิธานในการสนับสนุนพระสงฆ์ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาพุทธธรรมชั้นสูง ซึ่งจะสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาได้ด้วยตนเอง และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องจนแตกฉานในพระธรรมแล้วนำไปสั่งสอนพุทธบริษัทต่อไปได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน การบำรุงพระสงฆ์ด้วยวิธีการนี้ จะเป็นทางสำคัญที่จะช่วยจรรโลง และเผยแผ่พระสัทธรรมได้ถูกต้องตามพระไตรปิฎกสืบต่อไป ประกอบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจนี้สืบต่อมา เพื่อพัฒนาความรู้ และคุณภาพพระสงฆ์ ให้เป็นหลักทางใจของประชาชน ให้พระสงฆ์เป็นประโยชน์ในสังคมไทยสืบไป

โดยมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม, พระนิสิตทุนพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2566, นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ร่วมพิธี
นพ.เกษมกล่าวบรรยายพิเศษว่า ศาสนาพุทธได้พิสูจน์แล้วว่าถ้ายึดมั่นในพระปริยัติ ยังมีรูปแบบการเผยแผ่ศาสนา ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนของสังคม เศรษฐกิจ ศาสนาพุทธจะสามารถยังประโยชน์ให้โลกนี้ได้อีกนาน การศึกษาจึงสำคัญในแง่ของศาสนาพุทธ วันนี้เรากำลังเจอการเปลี่ยนแปลงมากมาย การศึกษาของสงฆ์ ของเณร เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสนับสนุน และอยากฝากให้ช่วยกันรักษาความเป็นไทยในการสอนญาติโยม สำหรับวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการทำนา อยากขอให้ฟื้นพิธีขวัญข้าว เพราะเป็นพิธีที่ทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชน ทำให้ชาวบ้านรู้จักการกตัญญูรู้คุณ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องโบราณ ไสยศาสตร์ เพราะพิธีดังกล่าวเกิดจากวิธีคิดที่มุ่งไปสู่ธรรมะ มุ่งไปสู่ความดี ความสว่าง จะเป็นไสยศาสตร์ได้อย่างไร และอยากให้ขอเวลาไปสอนสวดมนต์ นั่งสมาธิ สอนธรรมะ ให้กับโรงเรียนใกล้วัด ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้ สอนทั้งครู และนักเรียน ซึ่งการสอนสมาธิตามหลักพระพุทธศาสนา มีงานวิจัยจากทางสหรัฐอเมริการองรับแล้วว่าสามารถช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น ผลการเรียนก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีถวายทุนการศึกษาพระราชทาน แด่พระภิกษุและสามเณรที่ได้รับพระราชทานทุนดังกล่าว ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

การจัดพิธีปฐมนิเทศครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง มหาจุฬาฯ มหามกุฏฯ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้พระนิสิตทุนพระราชทานที่ได้เข้ารับการถวายทุนพระราชทานดังกล่าว มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติ และความเป็นมาของโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติในระหว่างรับทุน และเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างพระนิสิตทุนกับโครงการ