วันเสาร์ที่ 6 เม.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 8 ปี มรณกาล “หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน” พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดังที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยแห่งเมืองสกลนคร ถือเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นรุ่นสุดท้าย
อยู่ที่วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่ฝั้น อาจาโรวัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร
เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2474 เป็นชาวจังหวัดสกลนครโดยกำเนิด
บรรพชาเมื่ออายุ 12 ปี ที่วัดแจ้ง บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิด
ระหว่างนี้ทำหน้าที่ของศิษย์ด้วยการปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์นานถึง 12 ปี ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ฝั้น ซึ่งเป็นหลวงอาแท้ๆ ที่นำมาอยู่ด้วย และได้มีโอกาสรับใช้พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ อีกหนึ่งพระป่ากัมมัฏฐานผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ในช่วงที่อยู่กับพระอาจารย์อ่อน เคยไปกราบนมัสการหลวงปู่มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือ บ้านหนองผือ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นประจำ โดยมีพระอาจารย์อ่อนนำพาไป สาเหตุที่ได้ปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์อ่อน ด้วยพระอาจารย์อ่อนเดินธุดงค์มาพำนักหาความสงบวิเวกอยู่ที่บริเวณป่าช้าบ้านหนองโดก (ปัจจุบันคือวัดป่าโสตถิผล หรือวัดป่าบ้านหนองโดก) ตอนนั้น เป็นสามเณรฝ่ายมหานิกาย พักอยู่วัดแจ้ง บ้านหนองโดก ไม่ไกลจากป่าช้าที่พระอาจารย์อ่อนไปพักอยู่มากนัก
อายุ 22 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ที่สิมน้ำชั่วคราว (ต่อเป็นแพ) ที่หนองน้ำบ้านหนองโดก โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์อ่อนญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
มีโอกาสอยู่จำพรรษาและอุปัฏฐากพระอาจารย์เป็นระยะเวลาหนึ่ง
หลวงปู่บุญหนาเคยบอกเล่าว่า ตอนที่ไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) ครั้งแรกไปกับพระอาจารย์อ่อน พร้อมกับสามเณรอีกรูปและญาติโยม 4-5 คน เดินมุ่งหน้าสู่เทือกเขาภูพานที่อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านหนองโดก ก่อนเดินทางถึงวัดป่าบ้านหนองผือ เวลาประมาณบ่าย 3 โมง พอเข้าไปภายในบริเวณวัด รู้สึกว่าภายในวัดร่มรื่นสงบเงียบ เห็นพระเณรกำลังทำกิจวัตรกวาดลานวัดด้วยไม้ตาด
ส่วนพระอาจารย์อ่อน พร้อมคณะ เข้าไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่นบนกุฏิ เสร็จแล้วก็กลับที่พัก ปัดกวาดลานวัดตักน้ำใช้น้ำฉันจากบ่อน้ำ
เสร็จจากนั้นก็เตรียมรอสรงน้ำพระอาจารย์มั่น บริเวณหน้ากุฏิ ซึ่งมีพระเตรียมน้ำสรงไว้โดยใช้น้ำร้อนผสมพอให้อุ่น เมื่อพระอาจารย์มั่นเข้ามานั่งบนตั่งแล้ว คราวนี้พระเณรทั้งหลายห้อมล้อม เพื่อเข้าไปถูหลังขัดไคลถวายอย่างเปี่ยมล้นด้วยศรัทธา ส่วนตัวมีโอกาสเข้าไปร่วมสรงน้ำท่านพระอาจารย์มั่นในครั้งนี้ด้วย
เมื่อพระอาจารย์มั่นเห็นจึงพูดสำเนียงอีสานขึ้นว่า “เณรมาแต่ไส…” แต่สามเณรบุญหนาไม่ทันตอบ มีพระอาจารย์ทองคำตอบแทนว่า “เณรมากับครูบาอ่อน ข้าน้อย” จากนั้นท่านไม่ได้ว่าอะไรต่อไป จนเสร็จจากการสรงน้ำท่านในวันนั้น
นอกจากนี้ ยังได้ปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์อื่นๆ อีก เช่น พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม, พระอาจารย์ตื้อ อจลธัมโม, พระอาจารย์ลี ธัมมธโร, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่สิม พุทธาจาโร และหลวงปู่จาม มหาปุญโญ เป็นต้น
พำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตราบจนวาระสุดท้าย
มักให้สติแก่ญาติโยมผู้เดินทางมากราบนมัสการเสมอว่า “ให้เป็นผู้มีสติ ระลึกรู้ในกาย สติระลึกรู้ในวาจาคำพูด สติระลึกรู้ในใจ เมื่อสติรู้ซักซ้อมอยู่ภายในกาย วาจา และใจแล้ว ทำ พูด คิด ถูกและผิด ก็ระลึกรู้อยู่ ปรับปรุงอยู่อย่างนี้เสมอ”
ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2559 เวลา 14.52 น.
สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64