วันศุกร์ที่ 26 เม.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 13 ปี มรณกาล “พระศีลมงคล” หรือ “หลวงปู่ทอง สีลสุวัณโณ” หรือ “พ่อท่านทอง ลิ้นดำ” เจ้าอาวาสวัดสำเภาเชย อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พระเถระผู้เพียบพร้อมด้วยเมตตาธรรมคุณธรรม ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลแทบทุกงาน
เป็นลูกหลานชาวปัตตานีโดยกำเนิด มีนามเดิมชื่อ ทอง หรือ อินทอง ศรีชาติ เกิดวันที่ 5 เม.ย.2461 ณ บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี บิดา-มารดาชื่อ นายสีคง และนางแมะ ศรีชาติ
บรรพชาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2477 ที่วัดดอนตะวันออก ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
กระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดดอนตะวันออก ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2482 มีพระครูวิธานวัตต์ (คง) เจ้าอาวาสวัดสำเภาเชยในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวุฒิชัยธรรมธาดา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพิพัฒน์สมณกิจ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า สีลสุวัณโณ แปลว่าผู้มีศีลงดงามดั่งทอง
พ.ศ.2487 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสำเภาเชยจนถึงปี พ.ศ.2494 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นเจ้าคณะตำบล
พ.ศ.2497 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร มีราชทินนามว่า พระครูพินิตนรัญญู
เมื่อปีพ.ศ.2509 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอปะนาเระจนถึง พ.ศ.2543 เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เจ้าคณะอำเภอปะนาเระ
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศีลมงคล
งานด้านการศึกษา สนับสนุนส่งเสริมเต็มที่ โดยบริจาคให้ที่ดินจัดตั้งโรงเรียนวัดสำเภาเชย ซึ่งสอนในระดับมัธยมศึกษา ม.1-ม.3 (ป.5-ป.7 เดิม) ตั้งแต่พ.ศ.2499 ปัจจุบันได้ยุบรวมกับโรงเรียนบ้านปะนาเระ
ต่อมาก็จัดตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมประจำศาสนศึกษาขึ้นในวัดสำเภาเชย แผนกธรรมประจำสนามสอบวัดสำเภาเชย อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสำเภาเชยได้พัฒนาวัดโดยจัดสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด เช่น อุโบสถ หอฉัน ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาที่พัก ซุ้มประตู และกำแพงวัด ปรับบริเวณสถานที่ให้มีความร่มรื่น สวยงาม
จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ในปีพ.ศ.2525 และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นในปีพ.ศ.2544
นอกจากนี้คือ สร้างอุโบสถวัดโพธาราม สร้างตึกสงฆ์หลวงปู่ทวด ในโรงพยาบาลปะนาเระ สร้างอุโบสถวัดดอนตะวันออก สร้างอาคารอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 บ้านคลองต่ำ ต.ปะนาเระ ฯลฯ
รวมทั้งเพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีกำลังใจ ท่านก็ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่ไปศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ที่กรุงเทพมหานคร เป็นเวลากว่า 10 ปี และก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง
ที่วัดของท่านจะมีโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนทุกปี เพื่อรักษาขนบประเพณีอันดีงามและเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนได้ใกล้ชิดกับวัดมากยิ่งขึ้น เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่เยาว์วัย
ในฐานะเจ้าคณะอำเภอปะนาเระท่านมีส่วนช่วยเหลือจัดสร้างดำเนินการสาธารณูปโภคร่วมกับประชาชนและราชการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง
ยังเป็นพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองใต้ เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลมากมาย เช่น พระบูชา พระเนื้อว่าน หลวงปู่ทวด พระกริ่ง เหรียญ ตะกรุด ฯลฯ วัตถุมงคลต่างๆ มีทั้งที่ท่านจัดสร้างเอง รวมทั้งคณะศิษยานุศิษย์จัดสร้าง
กระทั่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2554 หลวงปู่ทอง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ด้วยโรคชราอ่อนเพลียเป็นเวลานานนับเดือนแล้ว จนอาการดีขึ้นจึงออกจากโรงพยาบาล
ก่อนที่จะมีอาการอาพาธทรุดหนักลง ต้องกลับเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน
กระทั่งวันที่ 26 เม.ย.2554 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ละสังขารอย่างสงบ ด้วยวัย 94 ปี พรรษา 76
จากสาเหตุเลือดออกในสมอง เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก
สร้างความเศร้าสลดอาลัยแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง