วันพฤหัสบดีที่ 9 พ.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 119 ปี ชาตกาล “พระครูสังวรกิตติคุณ” หรือ “หลวงพ่อเอีย” วัดบ้านด่าน ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2448 บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเยาว์ เป็นคนฝักใฝ่ในการศึกษา เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาบรรพชาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2465

ศึกษาพระปริยัติธรรมปฏิบัติเคร่งครัดสืบเนื่องมาจนอายุครบบวชจึงอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2468 ที่วัดสัมพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีพระครูสังวรกิจเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการอ้วน วัดชัยมงคล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเคน วัดบ้านด่าน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ครั้นได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนเป็นที่เข้าใจดีแล้วก็เดินธุดงค์ไปยังสำนักหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อศึกษาวิทยาการต่างๆ ทั้งกฤตยาคมและแพทย์แผนโบราณ จนได้ประกาศนียบัตร

เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านได้ ดังนั้น ใครก็ตามที่ประสบความทุกข์ร้อนไม่ว่าทางกาย อันได้แก่ โรคาพยาธิ หรือทางใจ หรือเดือดร้อนอื่นๆ หากหลวงพ่อช่วยได้ท่านก็จะช่วยเหลือโดยไม่รั้งรอ ผู้ที่ไปหาจึงได้รับแต่ความอบอุ่นทั้งกายและใจ

ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ.2482 โดยเสียสละเวลาช่วยเหลือชาวบ้านทางด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและคุณไสยต่างๆ มีชาวบ้านมาจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหน้ามาวัด จนวัดมีสภาพเหมือนโรงพยาบาลย่อมๆ

 

บางคนที่อาการหนักจะมาพักอาศัยอยู่ที่วัดนานเป็นเดือน แต่ด้วยเมตตาธรรมจึงให้การดูแลรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

ในปี พ.ศ.2501 เป็นเจ้าคณะตำบลเกาะลอย ปกครอง 7 วัด และเป็นพระอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาพระปริยัติธรรม ในปีพ.ศ.2502 เป็นพระอุปัชฌาย์

ท้ายสุดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูสังวรกิตติคุณ ในปีพ.ศ.2511

อบรมสั่งสอนทั้งพระภิกษุ-สามเณร ตลอดจนอุบาสก-อุบาสิกาอยู่เนืองนิจ ส่งเสริมเรื่องการศึกษา โดยตั้งสำนักศึกษาพระปริยัติธรรมและยังสร้างโรงเรียนประชาบาลชื่อ “โรงเรียนเกาะลอยกิตติโกอุปถัมภ์”

ด้านวัตถุมงคลสร้างไว้มากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ พระกริ่ง ภาพถ่าย พระผง ผ้ายันต์ ตะกรุด ฯลฯ

สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2521 สิริอายุ 73 ปี พรรษา 52

คำสั่งสุดท้ายได้สั่งแก่ศิษย์ทั้งหลายว่า “ขอให้ศิษย์ทุกคนจงทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ใครกระทำแล้วย่อมประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย และท่านเคยสอนว่าความสามัคคีคือกำลังสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านว่าคนเรานี้จะอยู่ในสถานที่ใดๆ ก็ตามจงทำความเจริญขึ้นให้แก่สถานที่นั้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งทั้งหลายย่อมปรากฏ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน