วันเสาร์ที่ 11 พ.ค.2567 น้อมรำลึกครบ 3 ปี มรณกาล “พระครูพิพิธธรรมาทร” หรือ “หลวงพ่อหวั่น กุสลจิตโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองคูณ ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้า

มีนามเดิม หวั่น แพนนท์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.2478 ที่บ้านคลองคูณ หมู่ 2 ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร บิดา-มารดาชื่อ นายหมึก และนางขอด แพนนท์

ชีวิตในช่วงเยาว์วัยเป็นเด็กที่สัมผัสชีวิตอยู่กับธรรมชาติในชนบท มีจิตใจสงบเยือกเย็น ใกล้ชิดกับวัด ติดตามพ่อแม่ไปทำบุญฟังธรรมอยู่เสมอ พร้อมทั้งช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เท่าที่กำลังเด็กจะทำได้

เมื่อเติบโตขึ้นสมควรได้รับการศึกษาเล่าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดคลองคูณจนจบชั้นประถมปีที่ 4 ภาคบังคับ จากนั้นออกมาช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงวัวควาย และประกอบอาชีพหลักเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมที่มีมาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย

อริยะโลกที่ 6 - หลวงพ่อหวั่น กุสลจิตโต วัดคลองคูณ จ.พิจิตร

เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2499 โดยมีพระครูพิเศษธรรมรัตน์ วัดหาดแตงโม อ.ตะพานหิน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระใบฎีกานนท์ วัดไผ่หลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระธรรมธรสง่า วัดไซลงโขน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับนามฉายาว่า “กุสลจิตโต” มีความหมายว่า ผู้มีจิตในธรรมอันเป็นกุศล

เมื่อบวช 3 พรรษา คณะสงฆ์มอบหมายให้เป็นพระพี่เลี้ยงดูแลอบรมพระนวกะและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส พ.ศ.2503 ครั้นพรรษาครบ 5 จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่พ.ศ.2505

การศึกษาอาคม ศึกษาอักขระเลขยันต์จากโยมพ่อหมึก ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่จันทร์ อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองคูณ ศึกษาตำราเก่าแก่ของหลวงปู่โพธิ์ วัดวังหมาเน่า รวมทั้งพระอาจารย์รอด และหลวงพ่อจันทร์ วัดคลองคูณ พระเกจินามอุโฆษในอดีต

เป็นพระเกจิที่มีปฏิปทางดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาว อ.ตะพาน หิน และจังหวัดใกล้เคียง

มีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ เมตตาเท่าเทียมกันหมด

ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เข้ามากราบนมัสการขอความอนุเคราะห์ในเรื่องต่างๆ เช่น ดูฤกษ์ยาม ดูฤกษ์งานมงคล งานขึ้นบ้านใหม่ ปลูกบ้าน บวช ลาสิกขา และกิจกรรมที่เห็นเป็นประจำทุกวัน คือ อาบน้ำมนต์เสริมดวงชะตาให้ญาติโยมทุกวันหลังเพล ส่วนเจิมกระหม่อม เจิมรถ จะอนุเคราะห์ตั้งแต่เช้าจนถึงเพล

พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูพิพิธธรรมาทร

ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ศิษย์ยิ่งนัก ถึงความขลังความศักดิ์สิทธิ์และจริยวัตร ทำให้ได้รับกิจนิมนต์ไปนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในพื้นที่ภาคกลางและพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสำคัญทั่วประเทศ

ด้านวัตถุมงคลที่สร้างล้วนแล้วแต่ทรงคุณอันวิเศษ และเป็นที่เสาะแสวงหา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อาทิ พระพิมพ์สมเด็จด้านหลังรูปเหมือนหลวงพ่อหวั่นครึ่งองค์, เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์, รูปหล่อรุ่นเสาร์ ๕ เป็นต้น ส่วนเครื่องรางของขลังที่โด่งดังคือ มีดหมอเพชรฉลูกรรณ, สีผึ้งเมตตา, ตะกรุดโทน, ตะกรุดมหาอุด ฯลฯ

ด้วยสังขารไม่เที่ยง วันที่ 21 มี.ค.2564 คณะแพทย์นิมนต์หลวงพ่อหวั่นไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลวังทรายพูน โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

จนเมื่อวันอังคารที่ 11 พ.ค.2564 หลวงพ่อหวั่นมีอาการไข้ ความดันโลหิตต่ำ รับประทานทางสายยางได้น้อยลงและปัสสาวะออกน้อย มีอาการปอดติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะอยู่เดิม จึงได้ตรวจเลือดและพบว่ามีภาวะเลือดเป็นกรด สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ จึงได้ปรับยาปฏิชีวนะ และยาลดความเป็นกรดของเลือด คณะแพทย์ได้รักษาอาการอาพาธอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่ทุเลาลงและได้ทรุดลงตามลำดับ

กระทั่งเวลา 17.00 น. วันที่ 11 พ.ค.2564 จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลวังทรายพูน

สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน