วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 44 ปี มรณกาล “พระครูบริบาลสังฆกิจ” หรือ “หลวงปู่อุ่น อุตตโม” พระสุปฏิปันโนปฏิบัติดี เชี่ยวชาญวิปัสสนากัมมัฏฐาน

มีนามเดิมว่า อุ่น วงศ์วันดี เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2342 ที่บ้านอากาศ ต.อากาศ อ.วานรนิวาส (ปัจจุบันเป็น อ.อากาศอำนวย) จ.สกลนคร บิดา-มารดา ชื่อ นายอุปละและนางบุดดี วงศ์วัน มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 7

อายุ 10 ขวบ บวชเป็นสามเณร มีพระอธิการทุม เป็นพระอุปัชฌาย์ หัดเรียนอักษรขอม ตลอดถึงท่องบทสวดมนต์น้อย สวดมนต์กลาง สวดมนต์หลวง พระปาฏิโมกข์ จนมีความชำนาญ

เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดกลางแห่งเดิม

แต่ต่อมาได้ลาสิกขาแล้วไปฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่สีลา อิสสโร ที่วัดอิสระธรรม บ้านวา ต.วาใหญ่ อ.วานรนิวาส

อริยะโลกที่ 6

เมื่ออายุได้ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง ที่อุทกุกเขปสีมา (สิมน้ำ) ที่ท่าบ้านร้าง กลางลำน้ำยาม มีพระราชเวที (จูม พันธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สีลา อิสสโร วัดอิสสรธรรม บ้านวา เป็นพระกรรมวาจาจารย์

อยู่จำพรรษาเพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐาน ตามแบบอย่างของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นเวลา 4 ปี

พ.ศ.2477 กราบลาพระอาจารย์สีลามาอยู่กับศึกษากับพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านสามผง อ.ท่าอุ จ.นครพนม จำพรรษาติดต่อ 3 ปี

ขณะอยู่ที่วัดเร่งศึกษาบาลีไวยากรณ์และแปลธรรมบท เมื่อถึงฤดูแล้งก็ออกเที่ยวธุดงค์ไปอยู่ที่ภูค้อ เพื่อฝึกหัดอบรมจิตใจ

พ.ศ.2480 กลับมาจำพรรษาที่บ้านอากาศ ซึ่งเป็นถิ่นมาตุภูมิ

พ.ศ.2523 เริ่มอาพาธ รักษาที่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร อ.พรรณานิคม เมื่ออาการทุเลาจึงได้กลับวัด คณะศิษย์จึงนิมนต์ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ

ต่อมา คณะแพทย์แนะนำให้มารักษาตัวที่วัดเพื่อจะได้พักผ่อนมากๆ ครั้นอาการทรุดลง จึงนำไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสกลนคร

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2523 อาการยิ่งทรุดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะตั้งแต่กลางเดือน อาการทรุดหนักจนไม่รู้สึกตัว

แต่ครั้นถึงวันที่ 27 พ.ค. ท่านกลับรู้สึกตัวขึ้นมาเหมือนไม่ได้เป็นอะไรมาก

เดินทางกลับถึงวัดอุดมรัตนาราม ในวันที่ 28 พ.ค.2523

วันที่ 29 พ.ค.2523 วันวิสาขบูชา ให้โอวาทแก่ภิกษุสามเณร แม่ชี และญาติโยมที่มาเยี่ยมอาการอาพาธ มีใจความว่า “สพฺพปาบสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทธาน สาสนํ การไม่ทำความชั่วทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึ่งการยังจิตของตนให้ผ่องใสหนึ่ง นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

อธิบายว่า เมื่อเราท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติตามนี้แล้ว ย่อมยังพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง คนเรานับถือศาสนาทุกวันนี้ ถือกันแต่เพียงในสำมะโนครัว ว่าถือศาสนาพุทธเท่านั้น ไม่ได้ปฏิบัติกันจริงจัง บ้านเมืองจึงมีความเดือดร้อน ถ้าทุกคนละเว้นความชั่วแล้วทำความดี ความสุขความเจริญย่อมจะมีอย่างแน่นอน”

รุ่งเช้าวันที่ 30 พ.ค.2523 หลังจากฉันภัตตาหารเช้าแล้ว จะกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสกลนคร

ก่อนที่ท่านจะขึ้นรถเดินทางไป โรงพยาบาล ได้พูดกับพระเณรและญาติโยมว่า “จะไปให้เขาฉีดยาให้จักหน่อย ก็จะได้กลับมาแล้ว” แต่อาการกลับกำเริบ อาเจียน และทรุดหนักลง

จนถึงแก่มรณภาพในที่สุด เมื่อเวลา 16.30 น. ด้วยอาการสงบ สิริอายุ 71 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน