วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล “หลวงปู่ลี อรุโณ” หรือ “พระครูมงคลธรรมาภิราม” อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมธรรมาราม บ้านชะโงม หมู่ 5 ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม
พระสุปฏิปันโน ที่อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวนครพนม
อีกทั้ง ยังเป็นพระนักพัฒนาที่มีลูกศิษย์ลูกหาในต่างจังหวัดและในต่างแดน ทุกครั้งที่มีงานบุญทอดกฐินผ้าป่า ชาวบ้านและลูกศิษย์พร้อมใจ รวมปัจจัยมาก่อสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุในวัดให้เจริญรุ่งเรือง จรรโลงในบวรพระพุทธศาสนาสืบไป
นอกจากนี้ ยังเป็นทายาทพุทธาคมจากหลวงปู่ตุ่น วัดปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม อีกด้วย
มีนามเดิม ลี สุนา เกิดในตระกูลชาวนา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2463 ปีระกา เป็นชาวบ้านชะโงม หมู่ 5 บิดา-มารดา ชื่อ นายโฮม และนางบัวพา เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 6 คน
อายุ 12 ปี เข้าพิธีบรรพชา เพื่อบวชเรียนที่วัดสวัสดี บ้านชะโงม หมู่ 5 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ราชพัสดุและเป็นศูนย์เด็กเล็กฯ
หลังบวชนาน 10 ปี จึงลาสิกขา มีครอบครัวใช้ชีวิตฆราวาส
แต่หลังจากภรรยาเสียชีวิต ตั้งใจเข้าสู่ร่มกาวพัสตร์จวบจนสิ้นอายุในวัยใกล้ฝั่ง
ในปี พ.ศ.2534 ขณะมีอายุ 71 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดจอมศรี ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม โดยมีพระครูสิริปุญโญ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสิริปริยัติคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และเจ้าอธิการฉลาด เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ย้ายมาที่ป่าช้ารกร้างหนองอีเฒ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน แต่สมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้ เป็นป่ารกร้าง ยังไม่มีศาลาการเปรียญ มีเพียงผ้าเต็นท์เก่าคลุมโยงผูกกับต้นไม้ เป็นศาลาชั่วคราว มีเพียงแคร่ไม้เก่า ตั้งพระพุทธรูปหลังมาอยู่ได้ 1 ปี จึงเริ่มลงมือถากถางป่า
ต่อมา ยายทุมมี ทุมมา ได้บริจาคที่ดินเนื้อที่ 13 ไร่ให้สร้างวัด จึงเริ่มถากถางป่าและควักเงินส่วนตัว 4-5 หมื่นบาท ซื้อที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่ เพิ่มเป็น 15 ไร่ มีเจ้าภาพที่ศรัทธาก่อสร้างอุโบสถ สิ้นงบ 2 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 2536 หลังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อปี 2537 จึงได้สร้างกุฏิ 6 หลัง ศาลาการเปรียญ ศาลาอเนกประสงค์ ตามลำดับจนวัดเจริญรุ่งเรืองสืบมา
กระทั่งปี พ.ศ.2552 ลูกหลานที่ไปทำงานต่างจังหวัดและต่างแดน เล็งเห็นว่าเพื่อให้วัดมีปูชนียสถานไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวศูนย์รวมจิตใจ หลวงปู่จึงควักเงินส่วนตัว ลงเสาเอก ก่อสร้างเจดีย์ด้านหลังอุโบสถ เป็นเจดีย์ความสูง 30 เมตร สูง 5 ชั้น
เจดีย์ชั้นบนสุดเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมพุ่มข้าวบิณฑ์ ฐานกว้างด้านละ 10 เมตร การก่อสร้างคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 60 แต่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์และยังไม่ได้ตั้งชื่อเจดีย์
การก่อสร้างเจดีย์ใช้เงินกฐินและผ้าป่า ที่ลูกหลานในต่างจังหวัดและต่างแดนเดินทางทอดถวายปีละ 5-6 แสนบาท นอกจากนี้ ยังได้สร้างหอระฆัง ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 เดือน
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูมงคลธรรมาภิราม
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าไตรและเครื่องอัฐบริขารในกุฏิ
เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ผู้ใดได้เข้ากราบไหว้พบว่าเป็นพระที่เรียบง่าย ใจดี พูดจาไพเราะ ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใสกับทุกคน เปี่ยมไปด้วยเมตตา
มรภาพด้วยโรคชราภาพ เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 18 พ.ค.2562 ตรงกับวันวิสาขบูชา หลังอาพาธมานานกว่า 2 ปีในกุฏิ สิริอายุ 99 ปี พรรษา 26