วันเสาร์ที่ 15 มิ.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 40 ปี มรณกาล “พระครูโอภาสวุติคุณ” หรือ “หลวงปู่แสง ยโสธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด อ.เมือง จ.ตรัง เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายปักษ์ใต้ที่ชาวเมืองตรังให้ความเลื่อมใสศรัทธาและรู้จักเชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี

มีนามเดิมว่า แสง สิงแสม เกิดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2429 ที่บ้านพรุชี หมู่ที่ 2 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง บิดา-มารดา ชื่อ นายรอด และนางนุ่ม สิงแสม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ชีวิตในวัยเยาว์ ด.ช.แสงได้ศึกษาเล่าเรียนระดับชั้นประถมที่โรงเรียนวัดคลองน้ำเจ็ด ได้ศึกษาต่อจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดตรังคภูมิพุทธาวาส

เมื่ออายุ 12 ปี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดคลองน้ำเจ็ด แต่คราวหลังโยมบิดาถึงแก่กรรม จึงได้ลาสิกขาบทกลับมาช่วยมารดาทำงานหาเลี้ยง

อริยะโลกที่ 6

กระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2450 ที่พัทธสีมาวัดคลองน้ำเจ็ด โดยมีพระบริสุทธิศิลาจารย์ หรือหลวงพ่อลบ เป็นพระอุปัชฌาย์ และหลวงพ่อซ้วน วัดคลองน้ำเจ็ด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ยโสธโร”

ภายหลังอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมด้วยความตั้งใจ รวมทั้งศึกษาวิทยาคมจากพระครูวิมลศิละขันธ์ (หลวงพ่อหนู)

ต่อมาได้ย้ายไปศึกษาสรรพวิทยาคมจากพระบริสุทธิศิลาจารย์ ในด้านโหราศาสตร์และวิทยาคม

ท่านยังได้ศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อวัน มะนะโส ที่วัดประสิทธิชัย (วัดท่าจีน) จนมีความเชี่ยวชาญยิ่ง ครั้นเมื่อหลวงพ่อซ้วน เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดได้มรณภาพ หลวงปู่แสงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ดสืบต่อมา

หลวงปู่แสง เป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาต่อบุคคลโดยไม่เลือกชั้นวรรณะสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นจะมีผู้คนจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มากราบนมัสการไม่เคยขาด บ้างก็มาขอวัตถุมงคล บ้างก็มาขอรดน้ำมนต์ หรือบ้างก็มาขอพร ซึ่งท่านก็จะเมตตาอนุเคราะห์ให้ตามที่ขอมา

ขณะเดียวกัน ท่านยังเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งของภาคใต้ที่ชาวบ้านเอาแผ่นทองไปปิดตามร่างกาย ทั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านมักจะบนบานขอให้ช่วยเหลือ เมื่อสมปรารถนาจึงเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านเพื่อเป็นการแก้บน

สมัยนั้นเมื่อใครไปกราบนมัสการจึงเห็นว่าตามร่างกายของท่าน ไม่ว่าจะเป็นแขน หน้าแข้ง หรือลำตัว มีแผ่นทองเหลืองปิดเต็มไปหมด ซึ่งท่านก็ไม่ได้แสดงอาการคันหรือรำคาญแต่อย่างใด แถมชาวบ้านบางคน ยังขอลอกแผ่นทองตามร่างกายของท่าน นำกลับไปบูชา เพื่อเป็นของดีกันอีกด้วย นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเชื่อกันว่าท่านมีญาณวิเศษ สามารถรับรู้วาระจิตและการบนบานอธิษฐานขอความช่วยเหลือของลูกศิษย์จากที่ไกลถึงต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้

อนุญาตให้คณะศิษย์สร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น ที่นิยมที่สุดคือ เหรียญรุ่นแรก สร้าง พ.ศ.2498 เมื่อครั้งที่ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูโอภาสวุฒิคุณ เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ขนาดค่อนข้างเล็ก เนื้อทองแดงรมดำ สร้างประมาณ 800-1,000 เหรียญถือเป็นรุ่นพิมพ์นิยม

ยังมีเหรียญรุ่นสร้างในปี 2520 เมื่อครบฉลองอายุ 91 ปี พ่อปู่แสง เนื่องจากออกแบบได้สวยงามและมีเนื้อหาดี จึงมีผู้คนนิยมหาไปสะสมบูชากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหรียญพิเศษ เนื้อทองแดงกะไหล่ทองขอบเหรียญเลื่อน ซึ่งเป็นลักษณะของเหรียญรุ่นเก่า ที่กรรมการสั่งทำเป็นพิเศษ

พ่อปู่แสง หรือ หลวงปู่แสง เคยปรารภกับชาวบ้านว่า หากจะบนบานต่อท่านให้บนบานกับเหรียญของท่านก็ได้ เพราะท่านสามารถรับรู้ได้เช่นกัน ซึ่งนับได้ว่ากระแสพลังจิตหรือญาณของท่านสูงส่งยิ่ง

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2527 หลวงปู่แสง มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา สิริอายุ 99 ปี พรรษา 77

พระครูโอภาสวุฒิคุณ หรือ พ่อปู่แสง อาศัยในร่มเงาพระพุทธศาสนา ประกอบคุณงามความดีด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว แม้จะละสังขารไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิตยังคงปรากฏอยู่ในใจของพุทธศาสนิก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน