สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) หรือ “สมเด็จธงชัย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และเลขานุการ ตามมติมหาเถรสมาคม เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 (นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

ในการนี้ พระราชวชิรโมลี รองเจ้าคณะภาค 14, พระเทพสาครมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 และเจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง, พระมงคลพัฒนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร, พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายชัยวัฒน์ ตุนทกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีฯ

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกล่าวเปิดการประชุมว่า การปกครองคณะสงฆ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงามนั้น เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในทุกระดับจำต้องให้ความเคารพ ให้ความเชื่อมั่น และปฏิบัติตามคำสั่งที่เป็นไปโดยชอบตามกฎหมาย และพระธรรมวินัย โดยถือเอาสายการบังคับบัญชาเป็นหลักประการสำคัญ ตลอดจนร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือหมู่คณะ เอาใจใส่งานคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานคณะสงฆ์ ดังนี้ ด้านการปกครอง ที่เป็นข่าวในทุกวันนี้ตามสื่อต่างๆ เนื่องจากเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ไม่เอาใจใส่ดูแลพระภิกษุสามเณรในการปกครองของตนเองเท่าที่ควร สงฆ์มีปัญหาแต่ไม่จบที่คณะสงฆ์

ดังนั้น เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์จำเป็นต้องเอาใจใส่เรื่องการปกครองสงฆ์เป็นหลักสำคัญ ระดับที่สำคัญคือ เจ้าอาวาสต้องสอดส่องดูแลพระภิกษุสามเณร ให้ประพฤติปฏิบัติตนตามกรอบพระธรรมวินัยให้เคร่งครัด ให้เรื่องร้องเรียนของประชาชนก็ดี เรื่องร้องเรียนระหว่างสงฆ์ด้วยกันก็ดี จบกันในระดับวัด หากเป็นไปไม่ได้ให้เจ้าคณะตำบลพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับการปกครองคณะสงฆ์ และขอให้ยึดหลักพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมืองเป็นสำคัญ พระสังฆาธิการต้องเป็นไม้บรรทัด ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก การคณะสงฆ์จึงจะสามารถดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อยดีงาม

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกล่าวต่อไปว่า ด้านการศึกษา ให้เจ้าคณะผู้ปกครองเอาใจใส่เรื่องการศึกษาสงฆ์คือ การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม และแผนกบาลี พระพุทธศาสนาจะเจริญและมั่นคงอยู่ได้ก็ด้วยการศึกษาพระไตรปิฎก พระพุทธศาสนามีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการคือ ปริยัติคือ การศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติคือ การลงมือทำ และปฏิเวธคือ ผลเชิงประจักษ์ ดังนั้น ความเจริญทางการศึกษาสงฆ์จะเป็นความมั่นคงของพระพุทธศาสนา
ส่วนด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมให้สำนักปฏิบัติธรรมเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดให้มีหลักสูตรการวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามหลักพระไตรปิฎก และจัดการปฏิบัติให้เกิดความต่อเนื่องให้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นที่พึ่งแก่พุทธศาสนิกชนที่มาประพฤติปฏิบัติ