หลวงปู่โทน กันตสีโล วัดเขาน้อยคีรีวัน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชลบุรี
เกิดในสกุล เหลืองอ่อน เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2466 ที่ ต.วัดหลวง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพกสิกรรม
ในช่วงวัยเยาว์เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดเนินสังข์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มได้อยู่ช่วยครอบครัวทำนา อาชีพหลักของครอบครัว

หลวงปู่โทน กันตสีโล
อายุ 21 ปีต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 2 ปี ประจำการที่กองกำลังพลทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อปลดประจำการแล้ว กลับไปช่วยครอบครัวทำนาเลี้ยงชีพตามปกติ
กระทั่งอายุได้ 30 ปี เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาสจึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2495 ณ วัดเนินสังข์สฤษฏาราม ต.ไร่หลักทอง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีพระครูพิสิฏฐ์ศาสนคุณ (หลวงพ่อทองหยิบ) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเอี่ยม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระป้อม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า กันตสีโล แปลว่า ผู้มีศีลเป็นที่น่ายินดี
อยู่จำพรรษาที่วัดเนินสังข์ฯ เป็นเวลา 2 ปี ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จากนั้นได้ย้ายมาอยู่ที่วัดบึงบน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ใช้เวลาฝึกฝนด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน
นอกจากนี้ ยังศึกษาวิทยาคมอีกหลายแขนง ศึกษาทางแพทย์แผนโบราณคือ การเสกน้ำมันมนต์ประสานกระดูก โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อทับ วัดหัวถนน ซึ่งอยู่ในอำเภอพนัสนิคม
อีกทั้งยังฝากตัวเป็นศิษย์พระครูพินิจสมาจาร หรือหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม อ.พนัสนิคม ศึกษาวิชาทำสีผึ้งจากหลวงพ่อโด่

ออกท่องธุดงค์ไปทางภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย และเข้าสู่ประเทศพม่า เพื่อไปกราบนมัสการพระเจดีย์ชเวดากอง
ออกจากพม่า เดินทางย้อนกลับเข้าสู่เมืองไทย บำเพ็ญเพียรตามป่าตามถ้ำระยะหนึ่ง จากนั้นเดินธุดงค์เข้าประเทศลาว เขมร และกลับเข้าประเทศไทย นับรวมเวลาที่เดินธุดงค์ทั้งสิ้น 32 ปี หลังจากหยุดธุดงค์ในช่วงเวลาว่างมักเดินทางไปสนทนาธรรมกับหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง เนื่องจากเป็นสหธรรมิกรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน
เมื่อสนทนากันแล้ว หลวงปู่ทิมแนะนำให้มาสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นที่เขาน้อย ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
มาอยู่ที่เขาน้อย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 ตอนแรกได้อาศัยปักกลดนั่งสมาธิภาวนา ต่อมาชาวบ้านแถบนั้นเกิดความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้ช่วยกันสร้างกุฏิไม้หลังเล็กขึ้นหนึ่งหลังเพื่อให้ใช้เป็นที่เจริญสมณธรรม
จากเริ่มแรกมีเพียงกุฏิไม้หลังเดียว ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาขึ้น จนกระทั่งคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมอนุญาตให้ตั้งเป็นวัด ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ตั้งชื่อว่าวัดเขาน้อยคีรีวัน
หลวงปู่โทนมรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2551 เวลา 21.20 น. สิริอายุได้ 85 ปี
สร้างความเศร้าสลดโศกอาลัยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ คณะศิษย์จัดงานฌาปนกิจ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2552
เมื่อครั้งยังมีชีวิต ด้วยความเป็นพระเกจิที่มีชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก จึงสร้างวัตถุมงคลเอาไว้หลายรุ่น ทั้งเหรียญพระ พระผง รูปหล่อ พระกริ่ง ฯลฯ
แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี พ.ศ.2522” มอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญสร้างอุโบสถและเสนาสนะ

เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญกลมรี หูเชื่อมด้านบน จัดสร้างเป็น เนื้อนวโลหะจำนวน 200 องค์ และเนื้อทองแดงรมดำจำนวน 2,000 องค์
ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ หันหน้าตรง ห่มจีวรเฉวียงบ่า พาดสังฆาฏิ ขอบเหรียญด้านบน เขียนว่า “หลวงพ่อโทน กนฺตสีโล”
ด้านหลังเหรียญเป็นรูปยันต์สี่เหลี่ยมขมวดมุม มีเส้นตัดทแยงมุม 2 เส้น ภายในเส้นยันต์มีอักษรขอม เขียนไว้ 4 ตัว อ่านได้ว่า “จะ ภะ กะ สะ” บนขอบเหรียญด้านบนเขียนว่า “วัดเขาน้อยคีรีวัน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี” ด้านล่าง “๒๕๒๒” อันหมายถึงปี พ.ศ.ที่สร้าง
เหรียญดังกล่าวเป็นที่ปรารถนาของบรรดานักสะสมพระเครื่องและชาวเมืองชลบุรี
หลวงปู่โทนปลุกเสกเหรียญวัตถุมงคลรุ่นแรก ตามพิธีกรรมที่สืบทอดมาแต่โบราณ อีกทั้งสวดสมโภชด้วยพระคาถาพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร อันเป็นปฐมเทศนา
กลายเป็นเหรียญยอดนิยมในพื้นที่อีกเหรียญหนึ่งของเมืองชล