“หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ” หรือ พระวิสุทธาจารเถร วัดกษัตราธิราช ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตพระเกจิที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และเป็นพระนักพัฒนา ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
กล่าวสำหรับ วัดกษัตราธิราช เป็นวัด เก่าแก่ และมีความสำคัญมาแต่อดีต สันนิษฐาน ว่าเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ครั้งกรุงศรีอยุธยาพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ทรงสร้างหรือบูรณปฏิสังขรณ์
เดิมชื่อ “วัดกระษัตรา” หรือ “วัดกษัตราราม”

ยกเป็นพระอารามหลวง ในปี พ.ศ.2520
ในยุคหลวงปู่เทียม มีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินบ่อยครั้ง เนื่องจากทรงโปรดปรานปฏิปทา วัตรปฏิบัติ รวมไปถึงฝีมือในเชิงช่าง
เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 8 ปกครองดูแลวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2496-2522
เกิดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2447 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นชาวพระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิด เกิดที่บ้านหมู่ 7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรี อยุธยา ในตระกูล “หาเรืองศรี”

อายุ 10 ขวบ เรียนหนังสือกับพระภิกษุมอน ผู้เป็นน้าชาย และอาจารย์ปิ่น พร้อมกับเรียนวิชาช่างเขียนช่างสลักไปด้วย จากนั้นไปเป็นศิษย์อาจารย์จันทร์ เรียนภาษาขอม
อายุ 20 ปี อุปสมบทที่วัดกษัตราธิราช มีพระครูวินยานุวัติคุณ (มาก อินทโชติ) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์กล่ำ วัดกษัตราธิราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทองดี วัดพระงาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดเสนาสนาราม 2 พรรษา ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อศรี วัดสนามไชย, พระอาจารย์จาบ วัดโบสถ์ อ.มหาราช แล้วกลับมาศึกษากับพระอาจารย์เหม็ง วัดประดู่ทรงธรรม
พรรษาที่ 9 กลับมาอยู่วัดกษัตราธิราช โดยนำตำราพิชัยสงคราม ตำรามหาระงับพิสดารและตำราเลขยันต์อื่นๆ ติดตัวมาด้วย
พ.ศ.2496 พระครูไพจิตรวิหารการ (บัว) ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช และเป็นเจ้าอาวาสในปีเดียวกัน
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2508 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินามที่ พระครูพิพิธวิหารการ พ.ศ.2514 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2517 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระวิสุทธาจารเถร”
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2509 เป็นเจ้าคณะตำบลภูเขาทอง พ.ศ.2520 เป็นเจ้าอาวาส
เป็นพระนักพัฒนาที่ปฏิบัติหน้าที่การงานโดยเด็ดขาด ตลอดชีวิตท่านฝักใฝ่อยู่ในวิปัสสนาธุระ ตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรม
ผลงานของท่านมีครบครันทุกด้าน ทั้งการปกครอง การเผยแผ่ และการพัฒนา โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่ส่วนใหญ่จะลงมือทำด้วยตัวเอง
ที่ปรากฏเป็นอนุสรณ์เป็นคุณูปการแก่ชาติและพระศาสนา คือ การจัดตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพวัดกษัตราธิราช ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยในศิลปกรรมไทยและวิชาชีพเชิงหัตถศิลป์

หลวงปู่เทียม สิริปัญโญ
หลวงปู่เทียม มีความคิดริเริ่มและแสวงหาเอกลักษณ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา มักจะเปรียบเอาธรรมะกับช่าง ให้พิจารณา โดยเปรียบช่างสิบหมู่เป็น “นาถกรณธรรม” หรือธรรมอันเป็นที่พึ่ง 10 อย่าง ที่ท่านได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ด้านวัตถุมงคล สร้างขึ้นเพื่อแจกเป็นส่วนใหญ่ ที่ได้รับความนิยมได้แก่ ตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร ตำรับวัดประดู่ทรงธรรม, เหรียญรุ่นงานสมโภชวัดกษัตราธิราช, รุ่นสิทธิโชค และรุ่นนิมิตบารมี ฯลฯ
ย้อนไปในปี พ.ศ.2520 ยังสร้างเหรียญเตรียมไว้สำหรับงานศพตัวเอง ที่ระลึกผู้มาร่วมทำบุญในวันพระราชทานเพลิง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2544
วัตรปฏิบัติ แสดงให้เห็นในความสมถะถือสันโดษ ไม่ยึดถือสิ่งใดทั้งสิ้น ในวันมรณภาพจึงไม่มีสมบัติล้ำค่าใดๆ นอกจากอัฐบริขารพร้อมทั้งสังขารที่สงบนิ่ง
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2522 สิริอายุ 75 ปี พรรษา 55
สำหรับเหรียญหลวงปู่เทียมรุ่นแรก จัดสร้างในปี พ.ศ.2506 ลักษณะเหรียญเป็นเหรียญเสมาปั๊มข้างตัดแบบยุคเก่า

ด้านหน้าเหรียญ รูปเหมือนหันหน้าตรงครึ่งองค์ ขอบกระหนก ด้านบนมีหูเหรียญ อักษรภายในระบุว่า “หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช”
ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์ใบพัดโบราณ ล้อมด้วยอักขระ ด้านล่างยันต์จารึกชื่อ “วัดกษัตราธิราช”
เหรียญรุ่นดังกล่าว เป็นเหรียญที่มีพิธีการจัดสร้างดี รูปทรงสวย