วัดตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เป็นอารามเก่าแก่แห่งหนึ่งในเขตตลิ่งชัน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย

ยุคที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดคือ สมัยพระครูทิวากรคุณ หรือ “หลวงปู่กลีบ พุทธรักขิโต” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะตำบลคลองชักพระ

เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มากด้วยเมตตา มีวิทยาคมเข้มขลัง ลูกศิษย์ลูกหาและผู้เคารพเลื่อมใส จึงไม่ใช่แต่เป็นพระสังฆาธิการที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาวัดเท่านั้น แต่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีคุณวิเศษสูง

สำหรับประวัติที่ได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็นบุตรของนายสิงห์ และนางห่วง สิงห์โต คหบดีผู้มั่งคั่งย่านตำบลคลองชักพระ จังหวัดธนบุรี ถือกำเนิดเมื่อวันพุธที่ 21 มี.ค.2419 ปีขาล พี่น้องรวม 8 คน

ในวัยเยาว์เรียนอยู่ในสำนักเจ้าอาวาสวัดตลิ่งชัน ศึกษาอักษรสมัยทั้งไทย บาลี พระคัมภีร์ และพระธรรมบท จำจดได้เชี่ยวชาญและแตกฉานเป็นอันดี ก่อนที่จะเข้าอุปสมบทเมื่ออายุครบ 21 ปี ที่วัดตลิ่งชันนั่นเอง เจ้าอธิการม่วง วัดนายโรง เป็นพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม ธัมมสรมหาเถร) วัดพระเชตุพนฯ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระอมรเมธาจารย์ และพระอาจารย์เทศ วัดกัลยาณมิตร เป็นคู่กรรมวาจาจารย์ได้ฉายาว่า พุทธรักขิโต

พรรษาที่ 2 ย้ายไปอยู่สำนักวัดมหาธาตุ ฝั่งพระนคร ศึกษาพระปริยัติธรรมประมาณหนึ่งพรรษา ก็ย้ายมาอยู่สำนักวัดสุทัศน์ เรียนหนังสือไทยและพระปริยัติธรรม จบมูลกัจจายน์ และเรียนคัมภีร์พระธรรมบท บังเอิญเกิดอาพาธเป็นเหตุให้ต้องหยุดพักกลับมารักษาตัวที่วัดตลิ่งชัน

เมื่อหายเป็นปกติก็พอดีกับตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง พระครูธรรมจริยาภิรมย์ เจ้าอาวาสวัดคฤหบดี จึงเสนอคณะสงฆ์ให้แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปกครองดูแลวัดตลิ่งชันสืบต่อมาในปี 2448

พ.ศ.2455 รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะหมวดบริหารกิจการของวัดและการคณะทั้งฝ่ายปริยัติและบริหาร พ.ศ.2467 ในรัชกาลที่ 6 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูทิวากรคุณ ตำแหน่งเจ้าคณะหมวด พ.ศ.2469 รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

ต่อมาในปี พ.ศ.2500 ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูพิเศษ เปลี่ยนพัดยศ จ.ป.ร. แต่มรณภาพเสียก่อน

มีความชำนาญทั้งงานพัฒนา เชี่ยวชาญในวิปัสสนาธุระ และด้านวิทยาคม โดยเฉพาะการทำผงทุกแขนง แต่ท่านไม่โอ้อวดเท่านั้น จะทราบกันในหมู่ศิษย์ที่ใกล้ชิด

อีกทั้งท่านเป็นพระคณาจารย์ที่ได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช รุ่นอินโดจีน ปี 2485 ซึ่งพระเกจิอาจารย์ยุคนั้นรับประกันด้านพลังพุทธาคม

ภาพลักษณ์เป็นแบบคนโบราณ ฉันพืชผัก รักสงบและสมถะ มีจิตใจเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา ตลอดเวลาที่ปกครองดูแลวัดตลิ่งชันไม่ทำให้ชาวบ้านผิดหวัง เพราะสร้างทั้งวัตถุไว้มากมาย และสร้างคนจนได้ดิบได้ดีมากมาย

วัตถุมงคลที่โด่งดังมาแต่ครั้งสงครามอินโดจีน อาทิ ตะกรุด ฝาบาตร เสื้อยันต์ ผ้ายันต์ ฯลฯ มีประสบการณ์เล่าขานกันไม่จบ ส่วนใหญ่จะนำมาให้ท่านลงอักขระเลขยันต์ ซึ่งท่านจะใช้ยันต์ไตรสรณคมน์เป็นยันต์หลัก ซึ่งจะมีน้อยเพราะสร้างเฉพาะตัวเท่านั้น

ส่วนวัตถุมงคลที่เป็นแบบอย่างมาตรฐานที่นักนิยมสะสมพระเครื่องเป็นสากลคือเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก-รุ่นเดียวและรุ่นสุดท้าย สร้างปี 2479 ฉลองแซยิด 60 ปี มีเนื้อทองแดงเนื้อเดียว ทั้งชนิดกะไหล่ทอง, เงิน และรมดำ คนท้องถิ่น กล่าวกันว่าพุทธคุณดี-มีประสบการณ์มาก

หลวงปู่กลีบ พุทธรักขิโต

 

นอกจากนี้ ยังมีรูปถ่ายอัดกระจกสองหน้ารูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และพระกริ่งหนองแส เนื้อทองผสม ที่วงการนิยมเพราะเป็นสายวัดสุทัศน์ โดยเททองหล่อพร้อมกับรูปเหมือนเท่าองค์จริง เมื่อปี พ.ศ.2495

บั้นปลายชีวิตท่านเป็นผู้สงบระงับพูดน้อยเท่าที่จำเป็น ไม่ดุไม่ว่าใคร เพราะมักจะเป็นไปตามนั้น

กระทั่งวันที่ 9 ม.ค.2501 มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 82 ปี พรรษา 61

เมื่อครั้งหลวงปู่กลีบยังมีชีวิต จัดสร้างวัตถุมงคลไว้ที่โดดเด่นหลายอย่าง แต่ที่เลื่องลือคือ “เหรียญหลวงปู่กลีบรุ่นแรก” สร้างขึ้นเมื่อปี 2479

ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ หูเชื่อม

ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ กลีบครึ่งองค์ ขอบมีรูปวงกลมไข่ปลาเล็กๆ ล้อมรอบ ด้านบนเขียนว่า “พุทฺธรกฺขิโต” ส่วนด้านล่างเขียนว่า “พระครูทิวากรคุณ”

ส่วนด้านหลังเป็นยันต์อักขระขอม เป็นเหรียญที่หายากมากเหรียญหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน