พระภาวนาโกศล ที่ชาวบ้านเรียกขานว่า “หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร” หรือ “หลวงพ่อวัดหนัง” พระเกจิชื่อดังแห่งวัดหนังราชวรวิหาร เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

เป็นชาวบางขุนเทียนโดยกำเนิด เกิดในสกุล ทองอู๋ เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค.2375 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ครอบครัวประกอบอาชีพชาวสวน

อายุ 9 ขวบ เข้าศึกษาที่สำนักพระอาจารย์รอด วัดหนัง ครั้นอายุได้ 11 ขวบ ศึกษาปริยัติธรรมแผนกบาลี ในสำนักพระมหายิ้ม วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อจากนั้น ได้ไปอยู่ในสำนักพระปิฎกโกศล (ฉิม) วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ)

ต่อมากลับมาบรรพชา และศึกษาพระปริยัติธรรมต่อที่วัดหนัง สำนักเดิมอีกวาระหนึ่ง การศึกษาในระยะนี้ ดำเนินมาหลายปี ติดต่อกันจนกระทั่งถึง พ.ศ.2394 เมื่ออายุได้ 19 ปี จึงได้เข้าสอบ แปลพระปริยัติธรรมสนามหลวง ซึ่งสมัยนั้น ต้องเข้าสอบแปลปากเปล่าต่อหน้าพระพักตร์ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญพิมพ์ทรงยันต์สี่ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร

แต่น่าเสียดายที่สอบพลาดไป เลยลาสิกขากลับไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพอยู่ระยะหนึ่ง

เมื่ออายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดราชโอรสาราม มีพระสุธรรมเทพเถระ (เกิด) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมเจดีย์ (จีน) พระภาวนาโกศล (รอด) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา สุวัณณสโร

เมื่อบวชแล้วเคร่งครัดและศึกษาด้านปริยัติธรรมมาก ในระยะสั้น ย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดนางนอง โดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่รอด วัดหนัง ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือ กลายเป็นศิษย์เอกที่พระอาจารย์รักมาก

ต่อมาในปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หลวงปู่รอด ถูกถอดจากสมณศักดิ์เดิม ให้เป็นพระสงฆ์ธรรมดา จึงได้ย้ายไปอยู่ที่วัดโคนอน โดยมีหลวงปู่เอี่ยมตามไปรับใช้ด้วย ไม่นานนักได้ถึงแก่มรณภาพ หลวงปู่เอี่ยมก็ได้ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองวัดโคนอนสืบแทน

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเคารพนับถือเป็นการส่วนพระองค์

สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้วัดหนัง เป็นอย่างมาก จวบจนหลวงปู่เอี่ยมละสังขาร เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2469 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 72

วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงมีมากมายหลายรุ่น อาทิ พระปิดตายันต์ยุ่ง และเครื่องรางของขลัง ต่างๆ โดยเฉพาะ เหรียญพิมพ์ทรงยันต์สี่ เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นเพื่อปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญจัดสร้างปี พ.ศ.2467

ลักษณะเป็นเหรียญรูปใบเสมา มีหูห่วง

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญพิมพ์ทรงยันต์สี่ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร

ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่เอี่ยม นั่งขัดสมาธิบนธรรมาสน์ ขอบเหรียญด้านซ้ายมือ เขียนคำว่า “ปีมะโรง จัตวาศก” และขอบเหรียญด้านขวา เขียนคำว่า “วัน ๖ เดือน ๑๑”

ด้านหลัง เป็นรูปยันต์สี่ ขอบเหรียญเป็นจุดไข่ปลา ล้อมรอบด้วยลายกนก

เหรียญรุ่นยันต์สี่กับเหรียญรุ่นยันต์ห้า มีลักษณะคล้ายกัน แตกต่างตรงด้านหลังเหรียญรุ่นยันต์ห้า เป็นยันต์พระปถมังแบบยันต์ห้า

อีกทั้ง เหรียญรุ่นยันต์ห้า จัดสร้างในปี พ.ศ.2469 ก่อนที่หลวงปู่เอี่ยมจะมรณภาพเพียง 3 เดือน

เหรียญทั้งสองรุ่นดังกล่าว เป็นเหรียญหลักยอดนิยมอันดับหนึ่งตลอดกาล ที่มีค่านิยมบูชาถึงหลักแสนบาทขึ้นไป

“เหรียญยันต์ห้า” ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กรุงเทพฯ เถียงกันว่าสร้างทันหลวงปู่เอี่ยมหรือไม่ เพราะเหรียญนี้ระบุสร้างปี พ.ศ.2469

นายถม ทองอู๋ หลานท่านเล่าว่า พระครูคำ และ พระปลัดแจ้ง ขออนุญาตสร้างเหรียญหลวงปู่เอี่ยมไว้เป็นอนุสรณ์ชิ้นสุดท้าย เมื่อได้ฟังท่านนิ่งเฉยอยู่พักใหญ่แล้วบอกว่า “ตามใจเถอะ” พระปลัดแจ้งจึงติดต่อกับ นายเนียม ช่างทองเจ้าเดิม ให้ลงมือทำประมาณ 1,000 เหรียญ

เมื่อช่างทำเสร็จเรียบร้อย พระปลัดแจ้งก็นำไปให้ปลุกเสก เมื่อหยิบดูแล้วถามว่านี่ยันต์อะไร จึงเรียนว่าเป็นยันต์พระปถมังแบบยันต์ห้า จึงบอกว่าดีแล้ว จากนั้นจึงซาวขึ้นแล้วโปรยไปในพานตามเดิม ทำเช่นนี้ทุกๆ พาน เหรียญยันต์ห้าจึงเป็นที่นิยม

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญพิมพ์ทรงยันต์สี่ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร

กล่าวสำหรับเหรียญยันต์สี่ นับว่าเป็นรุ่นแรก สร้างปี พ.ศ.2467 แจกสมนาคุณให้ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญ ด้านหน้าเป็นรูปท่านนั่งสมาธิเต็มองค์ ด้านหลังเป็นรูปยันต์สี่ รุ่นนี้มีบล็อกหลัง 2 บล็อก คือหลังสามจุดและหลังสี่จุด ปัจจุบันหายาก สังเกตถึงความคมชัดของตัวหนังสือและความคมชัดของอักขระยันต์ และเป็นเหรียญปั้มข้างเลื่อยทุกเหรียญ

นอกจากนี้ ยังมีเหรียญรุ่นพิเศษ แบบดุนองค์รูปเหมือน และฉลุร่องลายกระหนก ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าสร้างปี พ.ศ.2467 หรือ 2469 เพราะด้านหน้าคล้ายกับเหรียญรุ่นสอง หลังยันต์ห้า แต่ด้านหลังเป็นบล็อกยันต์สี่พิมพ์ 3 จุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน