“หลวงปู่สิม พุทธาจาโร” หรือ “พระญาณสิทธาจารย์” สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พระวิปัสสนาจารย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตา

เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 พ.ย.2452 ที่บ้านบัว ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

ในคืนที่เกิด มารดาฝันเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งมีแสงสว่างรอบตัวมาเรือนที่ท่านพักอาศัย จึงได้ตั้งชื่อท่านว่า สิม ซึ่งหมายถึงโบสถ์หรือสีมา

สกู๊ปพระเครื่อง

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

บรรพชาที่วัดศรีสงคราม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2470 มีพระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อีก 2 ปีต่อมาท่านอุปสมบท ที่วัดศรีจันทราวาส (วัดวิเวกธรรม) จ.ขอนแก่น มีพระครูพิศาลอรัญเขต (จันทร์ เขมิโย) เจ้าคณะธรรมยุต จ.ขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดดวงจันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พุทธาจาโร

เร่งความเพียรเพื่อบรรลุธรรม ได้ทั้งพระอาจารย์สิงห์และพระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล พระป่าสองพี่น้อง เป็นอาจารย์ชี้แนะแก้ไขข้อธรรมและการปฏิบัติกัมมัฏฐาน จนเข้าใจแจ่มแจ้ง

สกู๊ปพระเครื่อง

ผนวกกับจิตใจที่ปรารถนาความสงบตามป่าเขา ซึ่งเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาเพื่อความก้าวหน้าทางจิต จนออกแสวงหาที่สงบวิเวกไปตามป่าตามถ้ำอยู่เสมอ ทั้งวัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น, ถ้ำพระเวส, วัดป่านาแก อ.นาแก จ.นครพนม, ภูระงำ จ.ขอนแก่น, อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร, วัดสันติธรรม จ.เชียงใหม่, ถ้ำผาเกิ้ง จ.เชียงใหม่

จนในปี พ.ศ.2510 มาพบถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งท่านพิจารณาเป็นสถานที่สัปปายะที่เหมาะสมมากที่สุด

จึงได้เริ่มพัฒนาถ้ำผาปล่องขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ จากนั้นได้จำพรรษาอยู่ ณ ถ้ำผาปล่อง

สกู๊ปพระเครื่อง

เป็นพระเถระอีกรูปหนึ่งที่มีศีลาจารวัตรที่งดงามน่าเลื่อมใสศรัทธา แม้สังขารเข้าล่วงวัยชรา แต่ด้วยสุขภาพที่แข็งแรง ท่านยังได้ออกมารับญาติโยมที่เดินทางมาจากแดนใกล้ไกลไปคารวะนมัสการทุกวันมิได้ขาด

ทุกครั้งที่ญาติโยมขอพรขอศีล ท่านจะบอกหลักธรรม เมื่อใครได้เข้ากราบไหว้ทำให้จิตใจสงบและร่มเย็นเป็นสุข เมื่อได้สดับฟังหลักธรรมจากท่าน

ธรรมะคำสอนที่ให้ศิษย์ทั้งหลายนั้น ล้วนแล้วแต่คมคายน่าสนใจ แต่จะเน้นไปที่การลงมือทำจริง ด้วยหลักที่ยึดถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้น จึงรู้ได้ด้วยตน ยกตัวอย่าง

“เมื่อจิตมาครอบครองยึดมั่น ถือมั่น ในหน้า ในตา ในตัว ในตน ในสบาย ในไม่สบาย เรื่องต่างๆ ก็เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน จงวางใจของตัวเองให้เฉยอยู่ ไม่ต้องคิดภายนอกภายในอะไร พุทโธในใจ มรณัง มรณัง ความตายเตือนใจของตัวเอง ท่องให้มองเห็นความตาย ได้ก็เฉย แค่ตายเท่านั้น เมื่อเลยตายไปแล้วจิตก็วางเฉย ทุกคนจำเป็นต้องตาย ใครจะกระวนกระวายอย่างใดก็ว่ากันไป ผลที่สุดก็ถึงที่สุดนั้นทุกรูปทุกนาม”

ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระญาณสิทธาจารย์”

แต่ยังมิทันที่ความปลาบปลื้มปีติของบรรดาคณะศิษย์จะปลาสนาการ ความเศร้าเสียใจก็เข้ามาแทนที่

ด้วยถัดมาเพียง 2 วัน มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2535 สิริอายุ 83 ปี พรรษา 63

สกู๊ปพระเครื่อง

สกู๊ปพระเครื่อง

สร้างเหรียญครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2517 โดยมีคณะศิษย์ไปกราบนมัสการขออนุญาตจัดสร้างเหรียญรูปเหมือน เพื่อสมทบทุนซื้อยารักษาโรคให้แก่พระภิกษุที่อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์เชียงใหม่ และผู้ป่วยโรคปอดในโรงพยาบาลโรคปอดเชียงใหม่

ส่วนที่เหลือนำถวายให้สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เพื่อพัฒนาถาวรวัตถุภายในสำนักสงฆ์

หลวงปู่สิม เมตตาอนุญาตให้จัดสร้าง ตั้งชื่อว่า “เหรียญเมตตา”

ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเนื้อทองคำ 67 เหรียญ เนื้อเงิน 999 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 1,111 เหรียญ และเนื้อทองแดง 7,777 เหรียญ

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หันหน้าตรง ด้านล่างใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “เมตตา”

ด้านหลังเหรียญเป็นยันต์ ด้านบนเหรียญเขียนคำว่า “พระครูสันติวรญาณ (สิม) พุทธาจาโร” ด้านล่างใต้ยันต์เขียนคำว่า “ถ้ำผาปล่อง ๒๕๑๗ เชียงใหม่”

ทุกวันนี้ เหรียญรุ่นนี้หายาก สนนราคาเช่าหาบูชาขยับขึ้นสูงตามไปด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน