พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อัตถจารี) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบำเพ็ญทักษิณานุปทานครบรอบ 5 ปี คล้ายวันมรณภาพอุทิศถวาย พระครูโสตถยาธิคุณ (หลวงพ่อโปร่ง โชติโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียน นำสรีรสังขารลงมาเปลี่ยนผ้าไตร และแต่งตั้งให้ พระครูสังฆรักษ์พินิจศักดิ์ ฉันทโก เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียน เป็น “พระครูปลัด” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารพระวิหารโชติโก วัดถ้ำพรุตะเคียน ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
โดยมี นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยกำนันตำบลสลุย กำนันตำบลบางใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายจงรัก รอดภัย ผอ.โรงเรียนบ้านพรุตะเคียน และพุทธศาสนิกชนร่วมในพิธี

ขณะเดียวกัน พระครูปลัดสังฆรักษ์พินิจศักดิ์มอบปัจจัยร่วมบุญทอดผ้าป่า เพื่อการศึกษา 10,000 บาท ให้โรงเรียนบ้านพรุตะเคียนอีกด้วย
สำหรับประวัติหลวงพ่อโปร่ง เกิดในสกุลอยู่กลัด เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2473 ที่บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 5 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี บิดา-มารดาชื่อ นายเปรื่องและนางทองหล่อ อยู่กลัด
ครั้นอายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทตามประเพณี ในช่วงพรรษาแรกได้ไปเรียนกัมมัฏฐานกับหลวงปู่หลิม ที่วัดน้อย ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี
ภายหลังลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตฆราวาสอีกครั้ง หลังจากสึกแล้วท่านก็ไปอยู่ที่หัวหิน ไปทำงานเป็นนายท้ายเรือตังเก ลากอวนอยู่ที่หัวหิน บางครั้งก็ไปลากถึงประเทศกัมพูชา จากนั้นได้มีครอบครัว มีบุตรด้วยกัน 3 คน
ต่อมาจึงได้คิดกลับมาอุปสมบทอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2519 ที่วัดนาขวาง ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2519 โดยมี พระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อสุด) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์น้อย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระครูพยนต์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จำพรรษาอยู่ที่วัดนาขวาง 1 พรรษา จากนั้นขออนุญาตหลวงพ่อสุดออกท่องธุดงค์

ครั้งหนึ่งได้ไปจำพรรษาที่วัดถ้ำเขาพลู อ.ปะทิว จ.ชุมพร ด้วยวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส ทำให้ชาวบ้านเกิดความศรัทธาจึงได้ช่วยกันสร้างกุฏิไม้ให้ 1 หลัง สร้างศาลาเอาไว้ทำบุญและฟังธรรม
จนถึงปี พ.ศ.2528 ชาวบ้านได้ขอร้องให้อยู่เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน โดยร่วมกันสร้างกุฏิไม้บนยอดเขาเพิ่มขึ้น และได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ถ้ำพรุตะเคียน
ต่อมาในปี พ.ศ.2532 ได้เกิดพายุเกย์ขึ้นที่ จ.ชุมพร เกิดความเสียหายไปทั่ว ทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกหักโค่นราบเป็นหน้ากลอง บ้านเรือนถูกพัดพังเสียหายจำนวนมาก
หลังจากชาวบ้านได้ช่วยกันฟื้นฟูหมู่บ้าน อีกทั้งแรงศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศที่เดินทางมา จึงได้ช่วยกันก่อสร้างพัฒนาสำนักสงฆ์ถ้ำพรุตะเคียน ทำให้มีกุฏิปูนจำนวน 30 หลัง กุฏิไม้จำนวน 31 หลัง
นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนยังได้ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ศาลาหอฉัน ศาลาอเนกประสงค์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หอระฆัง และพระอุโบสถ
กระทั่งปี พ.ศ.2547 ได้รับการยกฐานะเป็นวัด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2554
เป็นพระเถระที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวบ้าน ด้วยเป็นพระนักพัฒนาและพระนักอนุรักษ์ ในห้วงระหว่างที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ได้พัฒนาวัดและชุมชนรอบพื้นที่จนมีความเจริญก้าวหน้า

พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระครูโสตถยาธิคุณ
ด้านวัตถุมงคล เนื่องจากเป็นพระสายกัมมัฏฐาน ไม่นิยมการสร้างวัตถุมงคล เพียงแต่ไม่อาจขัดศรัทธาญาติโยมได้
ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาหลายรุ่น เป็นที่เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสไปขอบูชามากมายจนชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปในหลายจังหวัด
จากความศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อโปร่ง ทำให้วัดถ้ำพรุตะเคียนแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมของพระสายวิปัสสนาและพุทธศาสนิกชนที่รักสงบ ธรรมะ เดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรมกันอย่างไม่ขาดสาย และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นสถานที่สำคัญของพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติชอบตามแนวทางพระธรรมคำสั่งสอน และเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธที่สำคัญของประเทศอีกแห่งที่สำคัญ
กระทั่งวันที่ 2 ก.ย.2562 มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปี พรรษา 43
ชูศักดิ์ ตระหง่าน