“หลวงพ่อเกษร” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าพระ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อเกษร” บ้างเรียกว่า “หลวงพ่อทิพย์เกษร” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สำหรับรุ่นแรก จัดสร้างในงานฉลองอุโบสถ ประมาณปี พ.ศ.2489 เป็นเหรียญปั๊มตัด เท่าที่พบมีเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และเนื้อทองแดงผิวไฟ

ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเกษร ฐานองค์พระเป็นกลีบบัวมีปลายที่อ่อนช้อยงดงาม ขอบเหรียญเป็นรูปไข่ปลาล้อมรอบ ไข่ปลารอบเหรียญจะอูมนูนลอยเด่น ด้านบนเป็นหูในตัวมีห่วง ด้านซ้ายองค์หลวงพ่อเกษรเขียนว่า “หลวงพ่อเกษร”

สกู๊ปพระเครื่อง - เหรียญดัง‘หลวงพ่อเกษร’  วัดท่าพระ บางกอกใหญ่

ด้านหลัง มีอักขระโบราณปรากฏ 8 คำ แบ่งเป็น 3 แถว แถวบน 3 คำ แถวกลาง 3 คำ และแถวล่าง 2 คำ ผิวเหรียญมีลักษณะเป็นร่องแอ่นและขยักเป็นแผ่น เกิดจากการรีดโลหะได้ไม่เรียบพอ

ขอบเหรียญรุ่นแรกจะมีลักษณะของเส้นเป็นแนวตั้งฉากบางๆ เกิดจากการตัดขอบเหรียญ ด้วยการสร้างเหรียญรุ่นนี้ มีการตัดขอบไปในตัว

ต่อมาจัดสร้างกันมาหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ เหรียญรุ่นแรกเชื่อกันว่า หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ, หลวงพ่อฑูรย์ วัดโพธิ์นิมิตร ตลาดพลู กรุงเทพฯ, หลวงพ่อโชติ วัดตะโน พร้อมด้วยพระเกจิอีกมากมายร่วมพิธีปลุกเสก

ผู้ที่ได้บูชามีไว้ในครอบครอง ร่ำลือกันว่าพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเก่าย่านตลาดพลู เขตท่าพระ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ใครมีเหรียญหลวงพ่อเกษร วัดท่าพระ ทำมาค้าขึ้นทุกคน”

หลวงพ่อเกษร เป็นพระพุทธรูปปลายสมัยอยุธยา ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ประดิษฐานบนฐานสิงห์ 3 ชั้น บัวหงาย 5 ชั้น วัสดุโลหะลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 100 เซนติเมตร สูงจากพระบาทถึงพระเกตุมาลา 156 เซนติเมตร ลงรักปิดทอง

วงพักตร์กลมมน มีเค้าที่เรียกว่า หน้าเจ้าพรหม พระเมาลีเป็นแบบโอคว่ำ พระรัศมีเปลว แบบสุโขทัย มีพระอุณาโลม ที่หน้าพระรัศมี พระขนงโค้งคม พระเนตรแบบเนตรเนื้อ เม็ดพระศกแบบหนามขนุน พระกรรณทั้งสองข้างห้อยยาวเกือบจด พระอังสา ลำพระศอกลมมน ปรากฏสร้อยพระศอชัดเจน พระอุระนูนถันปรากฏชัด

สกู๊ปพระเครื่อง - เหรียญดัง‘หลวงพ่อเกษร’  วัดท่าพระ บางกอกใหญ่

พระอังสาทั้งสองข้างกว้างสมส่วน พระอังสาทั้งสองข้างตั้งตรงไม่ลู่ลง รูปองค์สะสวยโปร่งงาม ซึ่งเป็นพระปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายผสมศิลปะตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นมิ่งขวัญ และเป็นที่เคารพสักการะนับถือยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวท่าพระฝั่งธนบุรีและใกล้เคียง

มีการหล่อเหรียญออกมาเผยแพร่เป็นที่นับถือ มีจารึกอยู่ที่องค์พระซึ่งได้ลอกเนื้อทองที่ปิดองค์พระออกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พุทธศักราช 2544

พบข้อความว่า “หลวงมหานากวัดปราสาด ศักราชได้ 2269 พระวะ สาปีมะเมีย อัฎ 3 เดือน 4 วัน 5”

มีตำนานเรื่องเล่าถึงประวัติหลวงพ่อเกษร 2 ประการ คือ

เรื่องแรก เล่าสืบกันมาว่า เป็นพระพี่พระน้องกับหลวงพ่อโสธร และหลวงพ่อบ้านแหลม เรียงลำดับดังนี้ 1.หลวงพ่อวัดบ้านแหลม 2.หลวงพ่อเกษร และ 3.หลวงพ่อโสธร

เล่าสืบต่อกันว่า เดิมที่บริเวณวัดท่าพระนี้เป็นเกาะใหญ่ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ เป็นลำคลองใหญ่มาก ปัจจุบันเรียกคลองวัดท่าพระ หลวงพ่อเกษรได้ลอยน้ำมาขึ้นที่ตลิ่ง (ปัจจุบันที่บริเวณนี้ถมแล้วอยู่ตรงกุฏิสามัคคี 1)

ชาวบ้านได้ช่วยกันอาราธนาขึ้นจากน้ำแล้วแห่ไปประดิษฐานที่วิหาร เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ.ใดไม่ปรากฏ ซึ่งถือเป็นประเพณีแห่ผ้าไตรแห่พระมาจนถึงปัจจุบันนี้

สกู๊ปพระเครื่อง - เหรียญดัง‘หลวงพ่อเกษร’  วัดท่าพระ บางกอกใหญ่

เรื่องที่สอง เล่ากันมาอีกนัยหนึ่งว่า บริเวณนี้เดิมเป็นเกาะใหญ่ มีน้ำล้อมรอบ เป็นที่พักร้อน พักเหนื่อยของชาวบ้าน ชาวเรือทั้งหลาย ต่อมาชาวพุทธเห็นว่าเป็นที่พักรวมของชาวบ้าน จึงมีศรัทธาเกิดขึ้น จึงได้ชักชวนกันร่วมกันสร้างวัดขึ้นและหล่อรูปหลวงพ่อเกษรขึ้นเป็นพระประธาน ณ สถานที่นี้เพื่อเป็นการสักการบูชาและบำเพ็ญศาสนกิจของชาวพุทธทั้งหลายตามคตินิยมของคนในสมัยนั้น “คตินิยมของคนโบราณคือนิยมในการสร้างวัดสร้างพระกันมาก เพราะถือเป็นการบำเพ็ญกุศลอันยิ่งใหญ่ สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ฯลฯ”

ครั้นเมื่อการหล่อรูปตกแต่งขัดเกลาเรียบร้อยแล้ว ได้ช่วยกันจัดสร้างวิหาร (เข้าใจว่าเป็นพระอุโบสถ) ประดิษฐานรูปหลวงพ่อเกษรไว้เป็นที่เคารพสักการะ เป็นมิ่งมงคลในถิ่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน

เป็นพระพุทธปฏิมากรที่คนแถบถิ่นนี้เคารพนับถือมาช้านาน จนมีงานประเพณีแห่ผ้าไตรถวายทุกปีตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน