เมื่อเร็วๆ นี้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงาน ข้าราชการ เครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรในมิติศาสนาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องแกลลอรี่ 5 อาคารหอศิลป์ กระทรวง วัฒนรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ความสำคัญกับการนำมิติทางศาสนาและทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม นวัตกรรมทางภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ ด้วยการอบรมให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติพัฒนาทักษะ ยกระดับสินค้าผลิตภัณฑ์ การถ่ายทอดภูมิปัญญาทางท้องถิ่นที่สามารถนำมาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนผ่านกลไกพลัง “บวร” บ้าน วัด/ศาสนสถาน โรงเรียน/ราชการ โดยใช้วัด/ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรม
จึงได้บูรณาการ ร่วมกับภาคีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรในมิติศาสนาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรม “รวมพลังบวร สร้างเศรษฐกิจชุมชน” เพื่อเปิดพื้นที่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานชุมชน และพัฒนาความรู้ ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์การดำเนินงานของชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

ภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชนและการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม จำนวน 4 บูธ ได้แก่ 1.จังหวัดบึงกาฬ วัดศรีสามัคคีธรรม นาคกี้ ผลิตภัณฑ์ปูนปั้นรูปพญานาค พวงกุญแจ กระปุกออมสิน 2.จังหวัดลพบุรี วัดศรีรัตนาราม (ศพอ.) ยาดมปั้นลิงตุ๊กตาลิง ตุ๊กตาติดตู้เย็น ไม้มงคล 3.จังหวัดแพร่ วัดสูงเม่น (ศพอ.) กระเป๋าเพนต์ผ้าหม้อห้อม สวนดอกไม้ลีลาวดีผ้าหม้อห้อม หมอนผ้าด้นมือเม่นธัมม์ 4. จังหวัดกาฬสินธุ์ วัดโพธิ์ชัยเสมาราม ธุงสามมิติ ธุงสาย กระเป๋าย่าม ปิ่นปักผม เน็ตติดผม เข็มกลัด ต่างหู พัด
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จำนวน 16 บูธ ได้แก่ 1.จังหวัดอุบลราชธานี วัดพระธาตุหนองบัว ผลิตภัณฑ์เทียนแฟนซี แกะสลักเทียน 2.จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโพธิ์บางคล้า งานเพนต์แก้ว (ชุดกาแฟจิ๋ว ชุดกรวดน้ำ และโคมเวียนเทียน) 3.จังหวัดสุโขทัย วัดตระพังทอง ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก 4.จังหวัดเชียงราย วัดบ้านจ้อง หินหยกแกะสลักพระพุทธรูปหินหยกแกะสลัก เครื่องรางจากหินหยก 5.จังหวัดเชียงใหม่ วัดบ้านมอญ ผลิตภัณฑ์จากงานปัก-ถัก-สานงานคราฟต์ร่วมสมัย เช่น งานตาแหลว ของที่ระลึก

6.จังหวัดอุดรธานี วัดทุ่งสว่างตะโก บายศรีพญานาคขันหมากเบ็ง ผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก 7.จังหวัดนครราชสีมาวัดบ้านไพล ดอกไม้ประดิษฐ์ พวงมาลัย จากใบตาล 8.จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง ทำเทียนรูปกระต่าย เทียนสืบชะตา 9.จังหวัดกำแพงเพชร วัดคลองราษฎร์เจริญ ตะกร้าสาน ชะลอมอเนกประสงค์ใส่เครื่องไทยธรรม 10.จังหวัดสกลนคร วัดอัครเทวดามีคาแอล ดาวจากผ้า/กระดาษ ของที่ระลึก พวงกุญแจ

11.จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดดอยท่าเสา สมุนไพรแช่มือ-แช่เท้า น้ำมันนวด ยาหม่อง ยาดมสมุนไพร 12.จังหวัดนราธิวาส มัสยิดดารุลอามาน ผลิตภัณฑ์จากผ้าพิมพ์ใบไม้ (หมวก กระเป๋าโน้ตบุ๊ก กระเป๋าใส่เงิน) 13.จังหวัดระนอง วัดสุวรรณคีรีวิหาร (ศพอ.) ผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ เช่น กระเป๋าถือ ปักลูกปัด เข็มกลัด พวงกุญแจ 14.จังหวัดนครปฐม วัดสำโรง ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล เช่น โคมไฟ ตะกร้า ตุ๊กตา 15.จังหวัดลำพูน วัดศรีมูล กระเป๋า 12 ราศี 16.จังหวัดสุรินทร์ วัดบ้านสว่าง ชุดกาแฟไม้ตาลปิ่นโต

ภายในงานยังมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมไทยจากเครือข่ายกรมการศาสนา ได้แก่ 1.โปงลาง จาก ศพอ.วัดนาคปรก 2.รีวิวประกอบเพลงชุมชนคุณธรรมจาก ศพอ.วัดวชิรธรรมสาธิต
นายชัยพลกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้สนับสนุนและส่งเสริมการปรับใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเปิดพื้นที่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานของชุมชน และพัฒนาความรู้ ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นศักยภาพของคนไทยและทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายนำทุนทางวัฒนธรรมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง ด้วยการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงแก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป