ย้อนกลับไปในยุคสงครามอินโดจีน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอยู่ 4 รูป ที่มีลูกศิษย์เลื่อมใสศรัทธามากมาย วัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการอย่างมาก เล่าลือกันปากต่อปากเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
พระเกจิอาจารย์นามพยางค์เดียว นิยมเรียกผูกติดกัน “จาด-จง-คง-อี๋” ประกอบด้วย หลวงพ่อจาด คังคสโร วัดบางกระเบา จ.ปราจีนบุรี, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อคง ธัมมโชโต วัดบางกะพ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และหลวงพ่ออี๋ พุทธสโร วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี

หลวงพ่อจาด คังคสโร
“หลวงพ่อจาด คังคสโร” หรือ “พระครูสิทธิสารคุณ” พระเกจิเรืองวิทยาคมแห่งวัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
มีนามเดิมว่า จาด วงษ์กำพุช เกิดเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2415 ที่บ้านดงน้อย อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
ในช่วงวัยเยาว์ บิดายกท่านให้เป็นบุตรบุญธรรมของนายถิน และนางหลิน สีซัง คหบดีชาวบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
อายุครบ 20 ปี บิดาบุญธรรมนำท่านไปฝากกับพระอาจารย์ที่วัดบ้านสร้าง เพื่อเรียนการขานนาค และปรนนิบัติพระอาจารย์

วันที่ 13 เม.ย.2436 เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมา วัดบ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดยมีพระครูปราจีนบุรี แห่งวัดหลวงปรีชากุล เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อ้วน วัดบ้านสร้าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์หลี วัดบางคาง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เมื่อท่านอุปสมบทแล้ว ได้เดินทางไปโปรดโยมบิดา ที่วัดเกาะแก้วเวฬุวัน ต.ดงน้อย อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แล้วได้จำพรรษาที่วัดนี้
ขณะที่จำพรรษาที่วัดเวฬุวัน ท่านได้มีโอกาสศึกษาวิชาจากพระอาจารย์จัน (บางตำราว่าชื่อ พระอาจารย์จีน) ซึ่งเป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น และยังเป็นผู้สอนภาคปฏิบัติ พระภิกษุจาดจึงได้ฝึกกรรมฐานจนแก่กล้า
ครั้นพรรษาที่สอง จึงได้ติดตามพระอาจารย์อ้วน ไปศึกษาพระปริยัติธรรม กับพระอาจารย์อยู่ วัดไกรสีห์ บางกะปิ กทม. และเมื่อพรรษาที่สี่ ท่านจึงได้กลับมาจำพรรษาที่ วัดบางกระเบา
หลังจากนั้นออกธุดงค์อยู่ในป่าเป็นเวลาหลายปี ได้พบพระภิกษุมากมาย อาทิ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จ.นครปฐม เป็นต้น
ศึกษาวิชาหลายแขนง เช่น คาถาการปล่อยคุณไสย เมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพัน
เมื่อายุประมาณ 40 ปี เดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
เป็นพระที่เชี่ยวชาญวิทยาคม โดยเฉพาะในด้านวิชามหาอุดอยู่ยงคงกระพัน แต่จะไม่แสดงตนอวดวิชา แต่จะใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

ยุคสงครามมหาเอเชียบูรพา วัตถุมงคลมีการจัดสร้างกันหลายครั้ง แต่ครั้งที่ยิ่งใหญ่และสร้างกันเป็นจำนวนมาก เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2483 ซึ่งพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวิทยาคม ทั่วประเทศ ได้จัดสร้างวัตถุมงคลแจกเหล่าทหาร
หลวงพ่อจาด ได้รับอาราธนาจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม ให้ร่วมประกอบปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เป็นเหรียญนั่งเต็มองค์ ด้านหลังเป็นพระมหาอุตม์ นั่งอยู่กลางดอกบัว มีทั้งเนื้อเงินลงยาและทองแดง
เกียรติคุณแห่งเหรียญดังกล่าวได้มาประจักษ์ขึ้น เมื่อเครื่องบินฝรั่งเศสมาทิ้งระเบิด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเกิดปาฏิหาริย์เลื่องลือไปทั่ว จนได้รับสมญานามว่าเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก
ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุทั่วไป และเป็นที่เคารพนับถือของพระเถระผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ)
ลำดับสมณศักดิ์และงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2447 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ที่ พระครูจาด พ.ศ.2457 เป็นเจ้าคณะแขวง อ.บ้านสร้าง พ.ศ.2461 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ที่ พระครูสิทธิสารคุณ ระดับชั้นโท
หลวงพ่อจาด ได้มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2499 สิริอายุ 85 ปี
วัตถุมงคลของหลวงพ่อจาด ล้วนเป็นที่นิยมสะสม โดยเฉพาะเหรียญที่ได้รับความนิยม สร้างในปี พ.ศ.2484

ลักษณะเป็นเหรียญกลม มีหูเชื่อม จัดสร้างเป็นเนื้ออัลปาก้าและเนื้อทองแดง
ด้านหน้าเหรียญ ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อจาดครึ่งองค์หันหน้าตรง ขอบเหรียญ เขียนว่า “ปีที่ ๗๐ แห่งอายุขัย พระครูสิทธิสารคุณ (จาด)”
ด้านหลังเหรียญ เป็นรูปพระปิดตา ล้อมรอบด้วยดอกบัว ใต้พระเขียนคำว่า “เจริญลาภ”
ปัจจุบันเป็นเหรียญหายาก ได้รับการยกย่องให้เป็นเหรียญยอดนิยมของ จ.ปราจีนบุรี