“หลวงปู่ศรีทัตถ์ ญาณสัมปันโน” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พระเกจิอาจารย์ที่ชุมชนสองฝั่งโขงไทย-ลาว ให้ความเลื่อมใสศรัทธา

ถ่ายทอดสรรพวิชาให้อดีตพระเกจิชื่อดัง 2 รูปคือ หลวงปู่สนธิ์ สุรชโย วัดท่าแก้วเหนือ อ.ท่าอุเทน และหลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม

ในห้วงที่ยังมีชีวิต สร้างพระธาตุเจดีย์และมณฑปขึ้น 3 แห่งคือ พระธาตุท่าอุเทน, พระธาตุพระบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และมณฑปโพนสัน ประเทศลาว

เกิดในสกุล สุวรรณมาโจ เมื่อวันที่ 4 พ.ศ.2408 ที่หมู่ 4 ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

สกู๊ปพระเครื่อง

อายุได้ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดโพนแก้ว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ศึกษาพระปริยัติธรรมกับพระอาจารย์ขันธ์ วัดโพนแก้ว ก่อนไปศึกษามูลกัจจายน์และคัมภีร์ทั้งห้าจากพระอาจารย์ตาดำ วัดศรีสะเกษ อ.ท่าอุเทน

อุปสมบทและลาสิกขาไป 2 ครั้ง ระหว่างนั้นแต่งงานมีครอบครัว มีบุตรธิดา จนกระทั่งเกิดความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส เข้าพิธีอุปสมบทครั้งสุดท้ายปวารณาตัวอยู่ในสมณเพศไปตลอดชีวิต

สกู๊ปพระเครื่อง

พ.ศ.2456 ระหว่างที่กำลังก่อสร้างพระธาตุท่าอุเทน คณะสงฆ์กรุงเทพฯ แต่งตั้งพระครูสมุหวรคณิสรสิทธิการ เป็นผู้แทนหัวหน้าคณะสงฆ์มาตรวจการภาคอีสาน ครั้นมาถึง จ.หนองคาย ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้มีอิทธิพล แสดงปาฏิหาริย์ล่องหนหายตัว ย่อแผ่นดินให้แคบข้ามโขงโดยไม่ต้องใช้เรือ ซ่องสุมผู้คนคิดขบถต่อกรุงเทพฯ

ต่อมามีข่าวว่าจะมาจับตัวท่านส่งไปกรุงเทพฯ ด้วยถูกใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ไม่หวังดี อันเนื่องจากมีผู้เลื่อมใสนับถือมาก และต้องการก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ในคราวนั้นมีพระภิกษุสามเณร 60 รูป และอุบาสก อุบาสิกา 50 คน จาก จ.หนองคาย จ.สกลนคร นำหินปูนทราย ข้าวสาร ปลาร้า ปลาแห้ง เป็นต้น มาช่วยเหลือ แต่กลายเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดว่ากำลังซ่องสุมเสบียงและรวบรวมผู้คนคิดก่อการใหญ่

กระทั่งพระครูสมุหฯ ล่องเรือมาถึง อ.ท่าอุเทน ตรงไปวัดอรัญวาสี (วัดพระธาตุท่าอุเทน) เตรียมจับกุมพระอาจารย์ศรีทัตถ์

ในขณะแวะพักที่ว่าการอำเภอ มีผู้ถามผู้แทนคณะสงฆ์ว่า “ทำไมไม่ไปให้ถึงวัด” พระครูสมุหฯ ตอบว่า “กลัวพระอาจารย์ศรีทัตถ์สั่งให้ลูกน้องทำอันตราย” จึงได้โทรเลขให้พระยาพนมนครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรพ) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมสมัยนั้นให้มาจับตัว

พระยาพนมนครานุรักษ์จึงชี้แจงต่อพระครูสมุหฯ ให้เข้าใจว่า “ท่านไม่ได้คิดขบถซ่องสุมผู้คน หากแต่สร้างพระธาตุเจดีย์ จึงมีผู้คนมาช่วยมาก เพื่อหวังกุศล ส่วนที่ท่านแสดงปาฏิหาริย์ไม่เป็นจริงตามที่ประโคมข่าว”

เมื่อได้ทราบความจริงดังนั้น เหตุการณ์จึงสงบลง

หลังสร้างพระพุทธบาทบัวบกเสร็จ ก็ข้ามโขงไปธุดงค์กัมมัฏฐานในฝั่งลาว และได้สร้างมณฑปครอบพระพุทธบาท ที่บ้านโพนสัน โดยจำพรรษาอยู่ที่นั่นนาน 6 ปี

มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2483 สิริอายุ 75 ปี

สกู๊ปพระเครื่อง

วัตถุมงคลส่วนใหญ่ลูกศิษย์จัดสร้างขึ้นรวม 6-7 รุ่น แต่เป็นที่เสาะแสวงหายากยิ่ง เห็นจะเป็น “เหรียญรุ่น 1 พ.ศ.2514”

เหรียญรุ่นดังกล่าวทางวัดสร้างถวาย เพื่อไว้แจกผู้ที่มาทำบุญ และกราบนมัสการพระธาตุท่าอุเทน ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันศุกร์

เป็นเหรียญกลมรูปไข่ มีหูห่วง คาดว่าจัดสร้างเฉพาะเนื้อทองแดงผิวไฟ เนื้ออื่นไม่เคยมีปรากฏ ซึ่งไม่ทราบจำนวนที่จัดสร้างแน่ชัด

ด้านหน้ายกขอบเส้นสันนูน ใกล้ขอบเหรียญมีจุดไข่ปลาล้อมรอบวงรี สลักตัวหนังสือนูน “วัดพระธาตุ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม” ตรงกลางเหรียญมีรูปเหมือนหลวงปู่เต็มองค์นั่งขัดสมาธิบนอาสนะ ปลายมือสองข้างหลบในจีวร ด้านล่างสุดสลักคำว่า “หลวงพ่อศรีทัตต์”

ด้านหลังใต้หูห่วงมียันต์อักขระกำกับ ตรงกลางเหรียญเป็นยันต์น้ำเต้าพระเจ้า 5 พระองค์ มียันต์อักขระกำกับในวงเส้นคล้ายวงกลม 5 ตัว อ่านว่า “นะโมพุทธายะ” ถัดลงมาระบุ “๒๕๑๔” พ.ศ.ที่จัดสร้างเหรียญ บรรทัดล่างสุดมียันต์อักขระกำกับปิดท้าย

เหรียญรุ่นนี้ หลวงปู่สนธิ์ เขมิโย แห่งวัดอรัญญานาโพธิ์ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นั่งภาวนาจิตปลุกเสก

ปัจจุบันเหรียญรุ่นแรกหายาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน