วันอังคารที่ 8 ต.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 26 ปี มรณกาล “พระครูสุจิณธรรมวิมล” หรือ “หลวงปู่ม่น ธัมมจิณโณ” อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดเนินตามาก ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พระเกจิชื่อดังที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.พนัสนิคม ให้ความเลื่อมใสศรัทธากันมาก

มีนามเดิม นายม่น นามสกุล วิญญาณ เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ ตรงกับวันที่ 16 เม.ย.2453 บิดาชื่อ มา มารดาชื่อ แดง มีพี่น้องรวม 3 คน

ในวัยเยาว์ โยมบิดามารดานำไปฝากเรียนกับพระที่วัดใกล้บ้าน ศึกษาอักขรสมัย เนื่องจากเป็นผู้มีจิตใจอ่อนโยน โอบอ้อมอารี สนใจใฝ่เรียน มีความพยายามและอดทนเป็นเยี่ยม ทำให้พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลัง จนมีความรู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ด้านอักษร การแพทย์แผนโบราณ และการช่าง

เนื่องจากเป็นบุตรชายคนเดียว จึงถือเป็นอาชีพช่วยเหลือบิดามารดาทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงในเวลาต่อมา มีที่นาทำกินเป็นของตนเองเป็นจำนวนพอสมควร

จนกระทั่งอายุ 29 ปี จึงได้ขอบรรพชาอุปสมบทในวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 9 เม.ย.2481 ที่พัทธสีมาวัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยมี พระครูสังวรศีลาจาร วัดหลวงพรหมาวาส ต.วัดหลวง อ.พนัสนิคม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิพัฒน์ธรรมคุณ วัดโบสถ์ ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูอาจารย์สุนทร วัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “ธัมมจิณโณ”

พำนักที่วัดโคกเพลาะระยะหนึ่ง จึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดเนินตามาก เริ่มศึกษาเล่าเรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างจริงจัง เคร่งครัด ประกอบคุณงามความดีตามความเหมาะสมของเพศสมณะ ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัยตั้งแต่เริ่มอุปสมบท ศึกษาปริยัติธรรม เข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ตามลำดับ มีความสามารถในการจำและสวดพระปาติโมกข์ได้ จนมาค้นคว้าด้วยตนเอง ฝึกการปฏิบัติจิตและกัมมัฏฐาน เพื่อหลุดพ้นอย่างจริงจังเมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษา จึงได้ออกธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์ไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระพุทธบาท สระบุรี วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นต้น

ท่านเล่าว่า ไปศึกษาวิชาธรรมกายกับหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (สมัยที่หลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่) แต่เมื่อปฏิบัติได้ 7 วัน กลับไม่ถูกกับจริตเลยขอลาไปที่อื่น ต่อมาภายหลังท่านได้ฝากตนเป็นศิษย์พระสมุห์บุญยิ่ง วิริโย ที่วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา รับคำแนะนำสั่งสอนในการปฏิบัติอันเป็นไปด้วยธาตุและจริตเป็นหนึ่งเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาด้านเวชกรรมจากพระสมุห์บุญยิ่งเพิ่มเติมจนมีความเชี่ยวชาญ ต่อมาพระสมุห์บุญยิ่งได้ชักชวนหลวงปู่ม่นออกธุดงค์หาสถานที่ปฏิบัติวิเวก เป็นสัปปายะ จนได้พบถ้ำจักรพงศ์ บนเกาะสีชัง ทั้งอาจารย์และศิษย์จึงได้พำนักอยู่ที่แห่งนี้ จนหลวงปู่ม่นเกิดความก้าวหน้าทางจิตเป็นอย่างมาก

พ.ศ.2490 พระอธิการกี่ เจ้าอาวาสวัดเนินตามาก ได้ลาสิกขา ทางคณะสงฆ์ และอุบาสก อุบาสิกาได้มาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ม่นกลับไปเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด สั่งสอนภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกาสืบต่อไป เมื่อหลวงปู่ม่นเป็นเจ้าอาวาสได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทำนุบำรุงวัดเนินตามากให้เจริญรุ่งเรือง สร้างถาวรวัตถุ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ วิหาร ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาท้องถิ่น ทำถนน ไฟฟ้า สร้างโรงเรียน ตั้งกองทุนมูลนิธิต่างๆ ให้การศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร สอนนักธรรมพระนวกะ ส่งเข้าสอบนักธรรมสนามหลวงทุกปี หลวงปู่ม่นเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาศิษย์ เสียสละ สร้างคุณงามความดีให้แก่พระพุทธศาสนาและท้องถิ่น เป็นที่ยอมรับของสาธุชนทั่วไป

พ.ศ.2529 คณะสงฆ์ได้พิจารณาขอพระครูชั้นโทที่ พระครูสุจิณธรรมวิมล พ.ศ.2523 อาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนัสนิคม เกือบหายเป็นปกติ จึงกลับมาพักฟื้นที่วัด จนกระทั่งปี พ.ศ.2537 อาพาธหนักอีกครั้ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ เป็นเวลาถึง 8 เดือน จึงสามารถกลับมาอยู่วัด

หลังจากนั้นก็อาพาธเป็นๆ หายๆ เข้าออกโรงพยาบาลสมิติเวช

กระทั่งมรณภาพด้วยอาการสงบที่ โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.2541 เวลา 18.00 น. สิริอายุ 88 ปี 5 เดือน 24 วัน พรรษา 60

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน