วันศุกร์ที่ 17 ต.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 43 ปี มรณกาล “หลวงพ่อทองอยู่ ปัญญาวัฑฒโณ” หรือพระครูนิรภัยวิเทต อดีตเจ้าอาวาสวัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) รูปที่ 3 เป็นพระเถระผู้ทรงวิทยาคุณ มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชน
ครูบาอาจารย์ คือ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระปลัดนิ่ม วัดบางศาลา อ.ไชโย จ.อ่างทอง, พระครูฉ่ำ วัดบางตะเคียน ต.โตนด อ.ไชโย จ.อ่างทอง
เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 6 ปีมะเมีย พ.ศ.2437 ที่บ้านเกยไชย ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรของนายสุ่มและนางจั่น
โยกย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่บ้านหนองขอน ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดหนองขอน มีพระครูสวรรค์วิจิตร (สถ) เจ้าคณะอำเภอชุมแสงขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้นไปจำพรรษาที่วัดบ้านบึง ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับนิมนต์ให้มาช่วยสร้างศาลาการเปรียญที่วัดหนองเต่า แล้วย้ายมาจำพรรษาที่วัดหนองขอนอีก 2 พรรษา ก่อนจะย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเกยไชยเหนือ
ต่อมาเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมและหาความรู้ด้านวิทยาคมกับพระอาจารย์นิ่ม วัดบางศาลา ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณกับพระครูฉ่ำ วัดบางตะเคียน
ในสมัยนั้น หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก จึงเดินทางไปหาและฝากตัวเป็นศิษย์ เรียนการฝึกสมาธิ และแนวทางการปฏิบัติธรรม
เดินทางกลับมาที่วัดเกยไชย ช่วยสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุ-สามเณร จนวัดเกยไชยเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียง
ต่อมาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกยไชยว่างลง จึงรับหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส พรรษาที่ 9 จึงได้เป็นเจ้าอาวาส รับภาระสร้างถาวรวัตถุ ทำนุบำรุงวัดเป็นอย่างดี
วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) ตั้งอยู่เลขที่ 1/1 หมู่ 4 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำยม เป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีอายุกว่า 600 ปี
เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จเยี่ยมวัดพระบรมธาตุและเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ตามการปกครองของบ้านเมือง ว่า วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)
ด้วยความขยันและความสามารถ พระครูนิภากรโสภณ (นิ่ม) เจ้าคณะอำเภอชุมแสง จึงแต่งตั้งให้เป็นพระใบฎีกา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเกยไชย ในพรรษาที่ 12
ในปี พ.ศ.2475 วัดหนองขอนที่เคยเข้าพิธีอุปสมบทชำรุดทรุดโทรมลง จึงกลับไปช่วยพัฒนาวัดหนองขอน พระครูนิภากรโสภณ (นิ่ม) เจ้าคณะอำเภอชุมแสง เห็นความสามารถได้ทำเรื่องขอให้เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ไม่ยอมรับ จนกระทั่งพระนิภากรโสภณมรณภาพ จึงได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ในพรรษาที่ 29 เมื่อปี พ.ศ.2486
จัดสร้างวัตถุมงคลรูปเหมือนในคราวที่อายุ 64 ปี พรรษา 45 มีทั้งรูปหล่อขนาดเท่าจริงและรูปเหมือนขนาดเล็กที่ใช้การหล่อแบบโบราณ บ้างเรียกขานกันว่า รุ่นจ๋อ 1
นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลอีกหลายรุ่น อาทิ เหรียญหยดน้ำ เหรียญรูปเสมา เหรียญเกลียวเชือก เหรียญกงจักร ตะกรุดโทน แหวนอัลปาก้า พระเนื้อดิน ล็อกเกต ภาพถ่ายหลังตะกรุดสามกษัตริย์ ซึ่งวัตถุมงคลทุกรุ่น ล้วนมีประสบการณ์
หลวงพ่อทองอยู่ ทุ่มเทกายใจเพื่อพระศาสนา มีความตั้งใจว่า “ชาตินี้ขอยอมมอบชีวิตไว้กับผ้ากาสาวพัสตร์” ท่านจึงนำปัจจัยทั้งหมดที่ได้จากการถวาย สร้างถาวรวัตถุ สร้างวัด สร้างโรงเรียน บำรุงกิจการคณะสงฆ์
วันที่ 5 ธ.ค.2499 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูนิรภัยวิเทต
วันที่ 5 ธ.ค.2509 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท
พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
ยังคงเป็นพระเถระที่อยู่ในใจของประชาชนตลอดมา ด้วยเป็นพระผู้สมถะ ไม่สะสม เสียสละเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดมา รวมทั้งบำรุงส่งเสริมการศึกษาให้แก่บุตรหลาน
วันที่ 19 ต.ค.2524 มรณภาพด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67
ชาตชาย เกียรติพิริยะ