นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง เป็นประธานการประชุม เตรียมจัดงานประเพณี “งานบุญตามรอยศรัทธา ไหว้สาอริยสงฆ์ หลวงพ่อเกษม เขมโก” ประจำปี 2567 โดยมี พระครูอนุศาสก์วรธรรม เจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง, พระครูวรการโกวิท รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนมูลนิธิไตรลักษณ์เขมกะภิกขุ เข้าร่วมประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอเมืองลำปาง

ทั้งนี้ อ.เมืองลำปาง พุทธศาสนิกชนชาวลำปาง ร่วมกับมูลนิธิไตรลักษณ์เขมกะภิกขุ กำหนดจัดงานประเพณี “งานบุญตามรอยศรัทธา ไหว้สาอริยสงฆ์เจ้า หลวงพ่อเกษม เขมโก” เป็นประจำทุกปี
ในปี พ.ศ.2567 กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย.2567 ณ สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและคำสอนของหลวงพ่อเกษม ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอเมืองลำปาง

กำหนดการเวลา 18.00 น. วันที่ 27 พ.ย.2567 พิธีเปิดงานที่บริเวณด้านหน้าสถานปฏิบัติธรรม หลวงพ่อเกษม โดยในช่วงพิธีก่อนเปิดงาน เวลา 14.30 น. มีขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะ ขบวนแห่ช้าง ม้า นางฟ้อนรำ เริ่มขบวนที่บริเวณถนนด้านหน้าวัดพระแก้วดอนเต้าฯ อ.เมืองลำปาง เข้าสู่ถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เคลื่อนขบวนเข้าสู่สถานปฏิบัติธรรม หลวงพ่อเกษม เขมโก โดยมีขบวนเข้าร่วมกว่า 24 ขบวน จากหน่วยงานต่างๆ ในจ.ลำปาง
และวันที่ 28-29 พ.ย. จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีสวดพระอภิธรรม พิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงนิทรรศการประวัติหลวงพ่อเกษม การจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร อาหารพื้นเมืองจำหน่ายตลอดวันงานด้วย

“หลวงพ่อเกษม เขมโก” สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง พระเถราจารย์ปูชนียบุคคลอีกรูป ที่มีผู้มีความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก
มีนามเดิม เจ้าเกษม ณ ลำปาง เกิดเมื่อวันพุธที่ 28 พ.ย.2455 เป็นบุตรในเจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) ปลัดอำเภอ กับเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

อายุ 13 ปี บรรพชา ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วัน ลาสิกขาและบรรพชาอีกครั้ง
อายุ 15 ปี อยู่ที่วัดบุญยืน จ.ลำปาง ศึกษาด้านพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ.2474 เข้าพิธีอุปสมบทในปีถัดมา มีพระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับฉายาว่า เขมโก แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม
พระภิกษุเจ้าเกษม ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย
พ.ศ.2479 สอบได้นักธรรมชั้นเอก เรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ แต่ไม่ได้สอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าไม่ต้องการมีสมณศักดิ์สูง เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนเท่านั้น

หลังสำเร็จทางด้านพระปริยัติธรรมแล้ว เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนาคือ ครูบาแก่น สุมโน จึงฝากตัวเป็นศิษย์
ตามครูบาแก่นออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา
ต่อมาเจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนมรณภาพ คณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่ และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเห็นควรว่าพระภิกษุเจ้าเกษมมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส
ครั้นเมื่อได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ก็ห่วงทางวัด เพราะเคยจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ เห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนา ต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่

หลังจากนั้น ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้ง เนื่องจากต้องการจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น จึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทาน พร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย
เป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ ตลอดชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะทั้งจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ
วิธีสอนของท่านมักเน้นอุปมาอุปไมยให้ไปขบคิด เรื่องที่เทศนามุ่งเอาพุทธวจนะเป็นที่ตั้ง
วันจันทร์ที่ 15 ม.ค.2539 มรณภาพอย่างสงบ ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง
สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64
วินัย บุญมีพิสุทธิ์