“หลวงพ่อแดง รัตโต” หรือ “พระครูญาณวิลาศ” วัดเขาบันไดอิฐ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ยอดพระเกจิที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งของเพชรบุรี
เกิดในสกุล อ้นแสง ที่ ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันพุธ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ.2422
ในวัยเด็กช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา ไม่มีโอกาสร่ำเรียนหนังสือ
ครั้นถึงวัยหนุ่ม พ่อแม่หวังจะให้บวชเรียน จึงพาไปฝากกับพระอาจารย์เปลี่ยน วัดเขาบันไดอิฐ เพื่อให้เล่าเรียนและบวชเป็นพระ

หลวงพ่อแดง รัตโต
อายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดเขาบันไดอิฐ ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี มีพระครูญาณวิสุทธิ วัดแก่นเหล็ก อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า รัตโต
มีความประพฤติเคร่งครัดต่อพระวินัยและปฏิบัติต่อพระอาจารย์เป็นอย่างดี พระอาจารย์เปลี่ยนจึงเมตตาสอนวิชาการวิปัสสนา และวิธีนั่งปลงกัมมัฏฐานให้ รวมถึงถ่ายทอดวิทยาคมให้อย่างไม่ปิดบัง เหตุนี้ทำให้มีความปีติเพลิดเพลินในการศึกษาวิชาความรู้ ยิ่งนานวันก็ยิ่งสำนึกในรสพระธรรม ไม่มีความคิดลาสิกขา จึงกลายเป็นพระปฏิบัติดีที่มีอาวุโสสูงสุด
กระทั่งพระอาจารย์เปลี่ยนมรณภาพ จึงรับหน้าที่เป็นสมภารวัดเขาบันไดอิฐแทน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2461 เป็นต้นมา และแม้จะได้เป็นสมภารซึ่งต้องมีภารกิจมาก แต่ท่านก็ยังปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิในถ้ำเพื่อแสวงหาวิมุตติภาวนาทุกวัน

หลวงพ่อแดง ไม่เคยอวดอ้างในญาณสมาธิ แต่เลขยันต์เป่ามนต์ได้สำแดงออกมาให้ประจักษ์ว่าคุ้มครองป้องกันภัยได้
มีเรื่องเล่ากันมาว่า ระหว่าง พ.ศ.2477-2480 เกิดโรคระบาดสัตว์ วัวควายเป็นโรคปากเท้าเปื่อยที่ติดต่อร้ายแรง พากันล้มตาย สัตวแพทย์ก็ไม่มี ต้องขอให้ทางการมาช่วยฉีดยา ราษฎรจึงพากันไปหาให้ช่วยปัดเป่าป้องกันโรคระบาดสัตว์ให้
จึงปลุกเสกลงเลขยันต์ในผืนผ้ารูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ แจกให้ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวควายนำไปผูกปลายไม้ปักไว้ที่คอกสัตว์ ปรากฏว่า คอกสัตว์ที่ปักผ้าประเจียดยันต์รอดจากโรคภัยอย่างน่าอัศจรรย์
กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ มหาสงครามเอเชียบูรพา เมืองเพชรบุรี มีระเบิดลงทุกวันทำลายสถานีรถไฟ สะพานข้ามแม่น้ำ บ้านเรือน โรงเรียนต้องสั่งปิด ข้าราชการไม่ได้ไปทำงาน ทุกหน่วยราชการปิดหมด และปรากฏเรื่องเป็นที่ฮือฮาว่า บ้านคนที่มีผ้ายันต์หรือห้อยเหรียญหลวงพ่อแดง กลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2502 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูญาณวิลาศ พร้อมรับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ ลูกศิษย์จึงได้จัดฉลองสมณศักดิ์ถวาย
เป็นพระใจดีมีเมตตาสูง และอารมณ์ดีเสมอ ไม่ชอบดุด่า ว่าใคร โดยเฉพาะคำหยาบคายถึงพ่อแม่นั้นห้ามเด็ดขาด ท่านว่าทุกคนเขาก็มีพ่อมีแม่ การด่าถึงบุพการีทำให้ความดีงามเสื่อมถอย ถึงห้อยพระพระก็ไม่คุ้มครอง
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2517 สิริอายุ 96 ปี พรรษา 74
ก่อนสิ้นลม หลวงพ่อแดง พูดฝากฝังกับพระปลัดบุญส่ง ธัมมปาโล รองเจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐขณะนั้น ว่า “เมื่อฉันหมดลมหายใจแล้วอย่าเผา ให้เก็บร่างฉันไว้ที่หอสวดมนต์ และให้เอาเหรียญที่ปลุกเสกรุ่น 1 ใส่ปากไว้พร้อมเงินพดด้วง 1 ก้อน ส่วนนี้ฉันเอาไปได้และให้เอาขมิ้นมาทาตัวฉันให้เหลืองเหมือนทองคำ”
พระบุญส่ง รับปากและได้ทำตามที่ปรารภไว้ทุกประการ

สำหรับวัตถุมงคลมีหลายรุ่น ที่ได้รับความนิยม อาทิ เหรียญรุ่นตระกูลโจว ปี 2510 ที่ระลึกครบรอบ 89 ปี, เหรียญรุ่นแม่ทัพภาค ปี 2511, ปี 2513, เหรียญรุ่น จ.ป.ร.12, พระผงญาณวิลาศ ฯลฯ
ในปี พ.ศ.2503 คณะศิษยานุศิษย์ ขออนุญาตจัดสร้างเหรียญรุ่นแรก ในโอกาสที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร และมีอายุครบ 82 ปี
ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ มีหูห่วง กว้าง 2.6 เซนติเมตร ยาว 3.4 เซนติเมตร จัดสร้างเป็นเหรียญทองแดงรมดำ จำนวน 15,000 เหรียญ และเป็นเหรียญเงินจำนวน 83 เหรียญ เท่าจำนวนอายุที่ย่างเข้าปีที่ 83 ตัว
ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หันหน้าตรง บนซ้ายมือมีอักษรปั๊มนูนสูงว่า “พ.ศ.๒๕๐๓” ทางด้านขวามือ เขียนว่า “อายุ ๘๒ ปี” ส่วนด้านล่างเขียนว่า “พระครูญาณวิลาศ (แดง)”
ด้านหลัง ลงหัวใจพระพุทธคุณต่างๆ ไว้ด้วยภาษาขอม ตรงกลางด้านหลังลงยันต์สี่ มีหัวขมวด
เป็นเหรียญที่ค่อนข้างหายากอีกรุ่น