วันพฤหัสบดีที่ 24 ต.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 49 ปี มรณกาล “หลวงพ่อศรีโท สีลวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ และอดีตเจ้าคณะตำบลหนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

อดีตพระเกจิที่มีวัตรปฏิบัติดีเสมอต้นเสมอปลาย ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ อ.วาปีปทุม มาอย่างยาวนาน

อัตโนประวัติจากการสอบถามจากทางวัดบ้านโพธิ์มีน้อยมากเพราะไม่มีการบันทึกไว้ พอทราบโดยสังเขปดังนี้ เป็นคนบ้านโพธิ์โดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2456 ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา

หลังจบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้านก็ออกมาช่วยงานในครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง

ย่างเข้าวัยหนุ่มปี 2476 อายุครบบวช เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทที่อุโบสถวัดบ้านโพธิ์ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

มุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนในอำเภอวาปีปทุม

นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม จึงฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิทยาคมจากหลวงปู่สา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระเกจิชื่อดังรูปหนึ่งในเขต อ.วาปีปทุม สมัยนั้น ซึ่งได้รับความเมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้นไม่มีปิดบัง รวมทั้งศึกษาเรียนรู้อักขระขอม ตัวธรรมลาว ทำให้หลวงพ่อศรีโทมีความรู้ด้านอักขระโบราณอีกแขนงหนึ่ง

หลังจำพรรษาอยู่วัดบ้านโพธิ์หลายปี หลวงปู่สา พระอาจารย์ที่เคารพก็มรณภาพ ช่วงเดียวกันนั้นญาติโยมชาวบ้านโพธิ์ที่ไปทำมาหากินอยู่ที่วัดบ้านหนองเม่น อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เห็นว่าเป็นพระหนุ่มวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงนิมนต์ให้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหนองเม่น

รับนิมนต์เดินทางไปจำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้ ด้วยความที่สนใจด้านไสยเวท ช่วงนั้นร่ำเรียนวิทยาคมเพิ่มเติมจากพระเกจิอาจารย์ในพื้นที่หลายรูป ซึ่งล้วนแต่เป็นพระเกจิที่เชี่ยวชาญไสยเวทสายเขมร

จนถึงปี พ.ศ.2490 เจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์มรณภาพ ญาติโยมชาวบ้านโพธิ์จึงนิมนต์ให้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านโพธิ์ซึ่งเป็นบ้านเกิด

วัตรปฏิบัติที่ต่อเนื่องกันทุกปีขณะที่พลานามัยยังสมบูรณ์ดี คือการออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาแถบชายแดนเขมร ช่วงหลังเทศกาลออกพรรษาหากปีใดที่วัดไม่มีงานอะไรจะไปทุกปี

ด้วยความที่มีวิทยาคมที่แก่กล้า วัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย ชื่อเสียงเริ่มขจรไกลออกไปในต่างพื้นที่ในแต่ละวันจะมีญาติโยมเดินทางมารับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ที่เข้มขลังจากหลวงพ่อศรีโทอย่างล้นหลาม

หากประกอบพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลท่านจะทำอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน สำหรับหลักธรรมคำสอนที่ท่านพร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดคือการให้รักษาศีล 5 หากประพฤติตนอยู่ในกรอบศีล 5 ได้จะทำให้ชีวิตพานพบแต่ความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน

ช่วงนั้นมีความสนิทสนมเป็นอย่างมากกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของมหาสารคาม อาทิ หลวงปู่ซุน วัดบ้านเสือโก้ก อ.วาปีปทุม, หลวงปู่ทวง วัดบ้านยาง อ.บรบือ ได้เดินทางไปมาหาสู่กันเป็นประจำให้ความเคารพนับถือในฐานะที่เป็นพระเกจิผู้ทรงอภิญญา

นอกจากเป็นพระเกจิที่มีวิทยาคมที่เข้มขลังแล้วยังให้ความสนใจทางด้านการศึกษาสงฆ์ ท่านจึงเปิดสำนักเรียน ท่านทำหน้าที่เป็นครูสอน ในช่วงนั้นสำนักเรียนวัดบ้านโพธิ์มีชื่อเสียงมาก มีพระภิกษุ สามเณร ทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาจำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดแห่งนี้จำนวนมาก

ตลอดเวลาที่ปกครองวัดบ้านโพธิ์ ยึดหลักเมตตาธรรมเป็นที่ตั้งและปฏิบัติศาสนกิจตามหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ในเวลาต่อมาจึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านโพธิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นเจ้าคณะตำบลหนองแสง

ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร อาพาธบ่อยครั้ง ในที่สุดก็มรณภาพด้วยความสงบ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2518 สิริอายุ 63 ปี พรรษา 43

เชิด ขันตี ณ พล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน