วันศุกร์ที่ 25 ต.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 22 ปี มรณกาล “พระครูพิสิษฎ์วิหารคุณ” หรือ “หลวงปู่เต็ม ฐิตธัมโม” อดีตเจ้าคณะตำบลนาสีนวน เขต 1 วัดบ้านตำแย ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เป็นพระเถระที่สืบทอดเป็นทายาทธรรม “หลวงปู่ใบ ปุณโณ” พระเกจิชื่อดังของจังหวัดมหาสารคาม
เป็นศิษย์เอกที่ได้รับการถ่ายทอดไสยเวทจากหลวงปู่ใบอย่างครบถ้วน
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า เต็ม ศรีสม เกิดเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2474 ที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 2 บ้านตำแย ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อ นายบัว และนางอ้วน ศรีสม
ในวัยเยาว์จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านตำแย แต่ด้วยฐานะทางบ้านยากจน ได้ลาออกจากการเรียนมาช่วยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง
พ.ศ.2495 ได้ขอกราบบิดา-มารดา เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบ้านหนองอุ่ม มี หลวงพ่อไพร โชติธัมโม เป็นพระอุปัชฌาย์
อยู่จำพรรษาที่วัดบ้านตำแย กับ หลวงปู่ใบ ปุณโณ พระเกจิชื่อดังของภาคอีสาน ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ ซึ่งได้รับความเมตตาถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น อาทิ วิชาแคล้วคลาด เมตตามหานิยม กันบ้านกันเมือง
พ.ศ.2500 สอบได้นักธรรมชั้นเอก
ต่อมาหลวงปู่ใบได้มรณภาพ แต่วัดบ้านตำแยยังคงอยู่ในความศรัทธาญาติธรรมไม่เปลี่ยน เพราะหลวงปู่เต็มเป็นผู้สืบทอดสายธรรม
และด้วยความที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีเมตตาธรรมสูง มุ่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในศรัทธาอย่างรวดเร็ว
ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ และฟังธรรมอย่างล้นหลาม พร้อมกับขอให้ดูน้ำตาเทียนให้
เนื่องจากมีญาณพิเศษสามารถดูน้ำตาเทียนที่หยดลงในบาตรน้ำมนต์ว่าญาติโยมที่มาหามีโชคหรือเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนที่มายังปรารถนาตะกรุด รวมทั้งเหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 ที่เข้มขลังของท่าน
สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคนำมาพัฒนาสร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้ เช่น นำไปสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณร ประจำสำนักเรียนวัดบ้านตำแย รวมทั้งนำไปพัฒนาเสนาสนะ กุฏิ ศาลาการเปรียญ กำแพงแก้ว เป็นต้น
ลำดับงานด้านปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2504 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านตำแย พ.ศ.2515 ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลนาสีนวน เขต 1
พ.ศ.2518 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ พระครูพิสิษฎ์วิหารคุณ พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นโท ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
ช่วงบั้นปลายของชีวิต สังขารเริ่มโรยรา เนื่องจากท่านรับกิจนิมนต์แทบไม่เว้นแต่ละวัน เวลาพักผ่อนแทบไม่มี
วันที่ 25 ต.ค.2545 มีอาการอ่อนเพลีย เกิดเป็นลมหมดสติ สุดท้ายได้มรณภาพอย่างสงบ ด้วยอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
สิริอายุ 71 ปี พรรษา 51
หลังเก็บสังขารหลวงปู่เต็มไว้จนถึงปี พ.ศ.2546 จึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิง
เชิด ขันตี ณ พล