“วัดไผ่เหลือง” เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 5 บ้านคลองบางโสน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
เมื่อปี พ.ศ.2530 พระครูภาวนาวรานุศาสก์ หรือ หลวงพ่อสิงห์ ฐิตสัจโจ จากวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พร้อมด้วยญาติโยม พายเรือมาพบจึงร่วมกันดำเนินการฟื้นฟูวัดร้างแห่งนี้ โดยได้ขอตั้งวัดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2539 และท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง

หลวงพ่อสิงห์ละสังขาร เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2552 สิริอายุ 59 ปี
คณะศิษย์ได้นำสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยบรรจุที่โลงแก้ว เพื่อให้ได้กราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยทุกวันจะมีประชาชนทั่วไปต่างพากันเข้าวัดทำบุญ และขอพรกับหลวงพ่อสิงห์ รวมทั้งพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด โดยเฉพาะ “ท้าวพญายมราช” ซึ่งเป็นที่ร่ำลือและคนที่ชื่นชอบสายมู ต่างพากันเข้ามากราบขอพร
รูปปั้นท้าวพญายมราชของวัดไผ่เหลือง สร้างขึ้นในวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เมื่อปี พ.ศ.2560 ขนาดหน้าตักกว้าง 1.2 เมตร สูง 1.80 เมตร เป็นองค์นั่งบนบัลลังก์ สร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสและศรัทธามากราบไหว้ขอพร ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ตามตำราที่หลวงพ่อสิงห์เคยบอกวิธีให้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากไว้ว่า “หากต้องการสิ่งใดให้ขอพร ให้โรคภัยไข้เจ็บหาย ธุรกิจการงานสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง ก็ให้ไปจุดธูปไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราช แล้วบอกกล่าวผ่านไปถึงท้าวพญายมราช ให้ช่วยเหลือในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้สัมฤทธิผล ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ที่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคน”

ท้าวพญายมราช หรือ พระยม ในตำนานยุคต้น มีลักษณะใบหน้าดุดัน พระวรกายสีแดงทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ พระหัตถ์ขวาถือบ่วงยมบาศ (บ่วงบาศที่ใช้จับมัดวิญญาณทั้งหลาย) พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้ายมทัณฑ์ ทรงกระบือเป็นพาหนะ ท่านทำหน้าที่พิพากษาและปกครองดวงวิญญาณทั้งหลายในนรกภูมิ มีบริวารคือยมทูตหรือนายนิรยบาล มีหน้าที่นำวิญญาณทั้งหลายไปยังสำนักพญายม และลงโทษแก่ดวงวิญญาณในนรก

พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินันโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง เล่าว่า “มีผู้ที่ศรัทธาท้าวพญายมราช ได้มาขอพร และบนบานกับท่าน เช่น โรคภัยไข้เจ็บให้หายป่วย ธุรกิจการงานการเงินและการศึกษา ตามความเชื่อของคนไทยซึ่งหากขอพรท่านท้าวพญายม แล้วสำเร็จ จะนำไข่ 5 อย่างคือ ไข่ต้ม ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ไข่นกกระทาต้ม และไข่หวาน อย่างละ 11 ฟองมาถวาย หรือบางคนขอพรไว้ว่าหากผลนั้นสำเร็จ จะนำหนังกลางแปลงมาฉาย ถวายให้ท่านท้าวพญายมราชได้รับชมมหรสพ เป็นต้น”

“เคยมีหญิงอายุประมาณ 50 ปีเศษป่วยเป็นเบาหวาน และขาเริ่มเน่า หมอแจ้งว่าหากน้ำตาลในเลือดยังไม่ลง และแผลที่ขาไม่แห้ง จะต้องตัดขา จึงทำให้หญิงคนดังกล่าวได้ตระเวนออกทำบุญทำสังฆทานตามความเชื่อของชาวพุทธ เพื่อความสบายใจและเป็นกำลังใจ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้เข้าไปกราบและขอพรจากท้าวพญายมราช เพื่อเป็นกำลังใจ และได้บนว่า หากตนเองไม่ต้องตัดขาและสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ จะนำเครื่องสักการะมาไหว้ และจะมีหนังกลางแปลงมาฉายให้ท่านท้าวพญายมราชได้ดู จนกระทั่งหญิงคนดังกล่าวหายไปประมาณ 2-3 เดือน ก็กลับมาหาอาตมาที่วัดและแจ้งว่าตนเองไม่ต้องตัดขาทิ้งแล้ว จะขออนุญาตนำหนังกลางแปลงมาฉาย ตามที่ได้บนกับท่านท้าวพญายม”

สำหรับผู้ที่มีศรัทธาและเลื่อมใสในองค์ท้าวพญายมราช มีคาถาบูชา จุดธูปดำ 11 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นท่องคาถา “ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุคะโต จุติจิตตะ เมตะ นิพพานัง สุคะโต จิตติ” แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอพรนั้นจงให้สำเร็จ
“เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อ ความศรัทธาและความเลื่อมใส เพื่อเป็นกำลังใจ พลังใจ อย่างไรก็ดี การที่เราจะทำอะไรให้สำเร็จ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความพร้อมของบุคคลนั้น การมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเพียงกำลังใจ ให้เรายึดมั่นถือมั่น ให้คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และหากเรามีความศรัทธาอย่างจริงจัง ก็จะได้สิ่งนั้นๆ อย่างแท้จริง” พระครูสมุห์สิทธิโชคกล่าว

วัดไผ่เหลืองยังมีสิ่งที่ผู้คนนิยมเดินทางเข้ามาสักการะหลายแห่งด้วยกัน อาทิ ท้าวเวสสุวรรณ หน้าพระธาตุเจดีย์, รูปเหมือนองค์ใหญ่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตัก 10 เมตร สูง 18 เมตร เป็นต้น
สำหรับการเดินทางมา ไม่ใช่เรื่องยากเย็นหรือสลับซับซ้อน สามารถเดินไปถึงที่หมายอย่างแน่นอน เอาแบบง่ายๆ นั่งรถประจำทาง อาทิ สาย 134, ปอ.134, 2-8 (51), ต.150 หรือนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วง ไปลงสถานีสามแยกบางใหญ่
หากมาแถวนั้นแล้วยังไม่เจอวัดไผ่เหลือง ลองสอบถามคนแถวนั้นดู จะได้รับความสะดวกทีเดียว