วันเสาร์ที่ 2 พ.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 6 ปี มรณกาล “พระมงคลสุธี” เจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หรือที่บรรดาลูกศิษย์ชาวบ้านบางระกำเรียกขานนาม “หลวงปู่แขก ปภาโส”
อดีตพระเถระที่สำคัญอีกรูปหนึ่งแห่งเมืองพิษณุโลก วัตรปฏิบัติเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ความเป็นนักปกครอง นักบริหาร และนักพัฒนาเพียบพร้อมด้วยพรหมวิหารธรรม
นอกจากนี้ ยังเป็นยอดพระเกจิแห่งเมืองสองแควที่ได้รับความเชื่อถือ ได้รับนิมนต์ให้ร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลอย่างต่อเนื่องยาวนาน
มีนามเดิมว่า ลำยอง นาทีทองพิทักษ์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ย.2467 ณ บ้านกรุงกรัก ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
ในช่วงวัยเยาว์เข้าศึกษาในโรงเรียนศาลาวัดกรุงกรัก จบชั้นป.4 ชีวิตในวัยเด็กค่อนข้างลำบากเพราะครอบครัวมีฐานะยากจน ต้องช่วยเหลือทางบ้านทำงานหนัก หาเลี้ยงชีพ ที่อยู่อาศัยมักเกิดน้ำท่วมหนักทุกปี ต้องพายเรือนำผักปลาไปแลกข้าวเปลือกถึงจ.สุโขทัย

ครั้นย่างอายุ 21 ปี มีโอกาสบวชเรียน โดยญาตินำตัวมาฝากกับพระครูพุทธิสุนทร (หลวงพ่อหรุ่น) เจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ในขณะนั้น โดยต้องใช้เวลาศึกษาอยู่ที่วัดท่องจำบทขานนาค หนังสือเจ็ดตำนาน นานกว่า 4 เดือน
เข้าพิธีอุปสมบทในปีพ.ศ.2487 ณ พัทธสีมาวัดสุนทรประดิษฐ์ มีหลวงพ่อหรุ่น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์เปลื้องเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เรื่อง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัยใส่ใจในการศึกษาอย่างมาก สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโทในเวลารวดเร็ว
ได้รับตำแหน่งหน้าที่และสมณศักดิ์เป็นลำดับดังนี้
พ.ศ.2501 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และเป็นเจ้าสำนักเรียนวัดสุนทรประดิษฐ์
พ.ศ.2503 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะ อ.บางระกำ พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสุนทรธรรมประภาส
พ.ศ.2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระมงคลสุธี
นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ได้พัฒนาศาสนสถานและเสนาสนะภายในวัดมาอย่างต่อเนื่องจนมีทุกอย่างครบครัน เป็นวัดสำคัญประจำอำเภอ
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพัฒนาวัดอื่นๆ ในอำเภอที่ขาดแคลนในด้านศาสนสถาน อาทิ ศาลา กุฏิ หอสวดมนต์ หอฉัน เป็นต้น
จนทำให้วัดสุนทรประดิษฐ์ได้รับการประกาศให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.2503 ได้บริจาคเงินร่วมกับชาวบ้าน จัดสร้างอาคารเรียนโรงเรียนบางระกำเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลวงปู่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมากเนื่องจากเล็งเห็นว่าคนที่ได้ร่ำเรียนสูงๆ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต
ขณะที่ภายในวัดได้จัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมสำหรับพระภิกษุ-สามเณรอย่างเป็นระบบ
ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการเรียนการสอนทั้งกับพระภิกษุ-สามเณรในอำเภอ และนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ของอำเภอ ร่วมเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการจัดหาทุนการศึกษาให้กับเด็กที่เรียนดีแต่ยากจนเป็นประจำทุกปี รวมทั้งได้ขอแรงจากชาวบ้านช่วยพัฒนาซ่อมแซม และก่อสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนที่ยังขาดแคลน
อีกด้านหนึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองพิษณุโลกในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรายการสำคัญ จะต้องปรากฏชื่อของท่านร่วมอยู่ด้วยทุกครั้ง
แต่ปูมหลังก็มิใช่ย่อยในเรื่องวิทยาคมเข้มขลัง ผ่านการเล่าเรียนศึกษาอย่างจริงจังจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีตหลายท่าน โดยเฉพาะกับหลวงพ่อปุย วัดปากรัด อ.โพทะเล จ.พิจิตร
ยามว่างเว้นจากกิจนิมนต์มักจะปลีกวิเวกไปนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบอยู่เป็นอาจิณ
วันที่ 20 ต.ค.2561 มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หมดสติ คณะศิษย์นำท่านเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช และส่งมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในแผนกหอผู้ป่วยหนักระบบประสาท (ICU ศป) ก่อนที่คณะแพทย์ทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน หลังผ่าตัดอาการท่านยังไม่ดีขึ้น
กระทั่งเมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 2 พ.ย.2561 มรณภาพอย่างสงบ สิริรวมอายุ 94 ปี พรรษา 74