วันเสาร์ที่ 16 พ.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 69 ปี มรณกาล “หลวงพ่อชุ่ม พุทธสโร” วัดราชคาม อ.เมือง จ.ราชบุรี พระเกจิอาจารย์ที่ชาวราชบุรีให้ความนับถือเพราะมีเมตตากรุณา ช่วยเหลือชาวบ้านที่มีทุกข์ร้อนป่วยไข้ก็ช่วยรักษาช่วยเหลือให้ทุกราย
ทรงคุณความรู้และวิทยาคมหลายอย่าง เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นพระอาจารย์ เป็นคณาจารย์การปกครอง เป็นพระอาจารย์สอนปริยัติธรรมกัมมัฏฐาน ประพฤติเป็นประโยชน์แก่ทุกคน
ถือกำเนิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ จุลศักราช 1241 อันตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.2422 ที่ ต.คุ้งน้ำวน อ.เมือง จ.ราชบุรี บิดา-มารดาชื่อ นายทุ้ม และนางลำใย กลิ่นเทพเกษร เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน
อายุ 9 ขวบ บิดานำมาฝากเรียนหนังสือขอมและไทยกับหลวงปู่โต๊ะ วัดราชคาม กระทั่งอายุ 16 ปี จึงบรรพชา
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าสุวรรณ อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2441 ตรงกับ วันอาทิตย์ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ จุลศักราช 1260 โดยมีพระอธิการพู่ วัดราชคาม เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า พุทธสโร อยู่ที่วัดราชคาม ศึกษาพระปริยัติธรรม เล่าเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐานจาก พระอธิการพู่ และพระอธิการอินทร์
ในปีพ.ศ.2448 เมื่อพระอธิการพู่เจ้าอาวาสมรณภาพ จึงได้รับการนิมนต์ให้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสืบแทน
ดำเนินการทำนุบำรุงวัดสุดความสามารถ ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งในด้านวัตถุ ตลอดจนการศึกษาของพระภิกษุสามเณร

จัดสร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ รอยพระพุทธบาทจำลอง พระประธานประจำอุโบสถ ศาลาท่าน้ำ หอระฆัง ฌาปนกิจสถาน
ที่สำคัญยิ่งคือ ได้จัดสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับเรียนพระธรรมวินัย นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการจัดสร้างโรงเรียนเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาของลูกหลานชาวบ้านในละแวกวัด มีชื่อว่าโรงเรียนประชาบาลชุ่มประชานุกูล
นอกจากนี้ ยังได้ช่วยเหลือวัดใหม่ จังหวัดราชบุรี ในการสร้างอุโบสถ
ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์ พ.ศ.2458 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชคาม พ.ศ.2467 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัจฌาย์ พ.ศ.2473 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลคุ้งน้ำวน (เจ้าคณะหมวด) พ.ศ.2479 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
มีความสามารถด้านการพัฒนาถาวรวัตถุและจิตใจของทุกคน นำความเจริญมาสู่วัดราชคาม มากด้วยความเก่งกล้า มีคาถาอาคมประกอบการช่วยเหลือชาวบ้านในทุกทาง ชำนาญด้านการแพทย์แผนโบราณ วิชาทำน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ปลุกเสกลงเลขยันต์และอื่นๆ
เป็นพระที่เจ้าระเบียบและดุ พระหรือเณรเดินบนพื้นกุฏิไม้กระดานดังเกินควรจะเรียกเข้าไปตักเตือนทันที
ด้วยความที่ท่านชอบการมีระเบียบวินัย ฉะนั้น ลูกศิษย์ลูกหาของท่านทั้งหลายจึงมีระเบียบวินัยที่ดี ประกอบสัมมาอาชีพเจริญรุ่งเรืองเป็นส่วนใหญ่
ตามคำบอกเล่าของหลวงพ่อป้อม เจ้าอาวาสรูปถัดมา เล่าถึงประวัติการเดินธุดงค์ซึ่งได้รับฟังจากปากของหลวงพ่อชุ่มเองว่า เมื่อบวชได้ 3 พรรษาเริ่มสนใจในวิทยาคม พยายามศึกษาเล่าเรียนและเริ่มออกเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆ คราวละ 3 ปี บางครั้งก็ธุดงค์ไปพม่าบ้าง
ครั้งหนึ่งเดินธุดงค์จนถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ขณะนั้นราวปี พ.ศ.2446 หลวงปู่ศุข ปกครองวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อชุ่มศึกษาวิชาจากหลวงปู่ศุข หลายแขนงเกี่ยวกับวิชาด้านคาถาอาคม จนครั้งหนึ่งกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เคยเสด็จมายังวัดราชคาม เนื่องด้วยเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และเมื่อกลับมาอยู่วัดราชคามจนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ขณะนั้นชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือมาก
จากการที่ท่านธุดงค์จนเป็นกิจวัตรทำให้ได้รู้จักกับหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ เมื่อคราวออกธุดงค์ไปศึกษาวิชากับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ทำให้ท่านทั้ง 2 เป็นสหธรรมิกกันเรื่อยมา
เริ่มอาพาธประกอบกับย่างเข้าวัยชราไม่ได้พักผ่อนเท่าใดนักจึงมีอาการทรุดหนักลงในเร็ววัน คณะศิษย์และผู้เคารพนับถือร่วมกันรักษาพยาบาลอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถทำให้อาการทุเลาลงได้
กระทั่งวันพุธที่ 16 พ.ย.2498 เวลาตีสี่ครึ่ง จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 77 ปี พรรษา 57
และประชุมเพลิงเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2500