วันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 91 ปี ชาตกาล “หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย” วัดถ้ำพญาช้างเผือก ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถืออย่างสูง พระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ศิษย์หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดป่าถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ครูบาอาจารย์สายวัดป่ากัมมัฏฐานแห่งภาคอีสาน
มีนามเดิมว่า วิไลย์ นามสกุล เตชะบุรมณ์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.2476 ที่บ้านดงบัง ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ (ปัจจุบันเป็น อ.ประทาย จ.นครราชสีมา) บิดา-มารดาชื่อ นายสงค์ และ นางทา เตชะบุรมณ์
วัยเด็กเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลบ้านดงบัง จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ออกมาช่วยเหลืองานของครอบครัว
อายุ 16 ปี บรรพชา ต่อมาลาสิกขากลับไปช่วยงานของครอบครัว
พ.ศ.2501 ขณะอายุ 25 ปีเข้าพิธีอุปสมบทฝ่ายมหานิกาย ในช่วงก่อนเข้าพรรษาของปีเดียวกัน แปรญัตติมาเป็นฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2501 เวลา 19.10 น. ที่วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีพระวินัยสุนทรเมธี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหาศรี ขันตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเขียน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมิโย
ในพรรษาแรกอยู่กับหลวงปู่บึ้งที่เสนาสนะป่าในละแวกบ้านที่ อ.บัวใหญ่ เนื่องจากอยู่ใกล้กับครอบครัว หลังออกพรรษาออกเดินทางเพื่อแสวงหาครูบาอาจารย์จนถึงจ.อุดรธานี เข้าฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่ขาว อนาลโย ที่วัดถ้ำกลองเพล ซึ่งเพิ่งมาตั้งวัดเป็นปีแรก

หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย
จำพรรษาที่วัดถ้ำกลองเพลเพื่ออุปัฏฐากรับใช้ ศึกษาธรรม และปฏิบัติจิตตภาวนากับหลวงปู่ขาวอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 11 ปี
มีโอกาสพบและฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์หลายท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมหลวงปู่ขาว อาทิ หลวงปู่หลุย จันทสาโร และหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เป็นต้น
นอกจากนี้ มีโอกาสเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วย เช่น ในปี พ.ศ.2503 เข้ากรุงเทพฯ โดยพักที่วัดพระศรีมหาธาตุ และได้พบกับพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่เมตตาหลวง) ซึ่งเคยอยู่ที่วัดถ้ำกลองเพลเช่นกัน จากนั้นไปวัดอโศการาม โดยขณะนั้นท่านพ่อลี ธัมมธโร ยังมีชีวิตอยู่ แล้วเดินทางต่อไปจังหวัดจันทบุรี และพักอยู่ที่วัดเนินเขาแก้วกับหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
ก่อนเข้าพรรษาในปี พ.ศ.2512 หลวงปู่วิไลย์กราบลาหลวงปู่ขาวเดินทางออกจากวัดถ้ำกลองเพล ตั้งใจออกหาประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้จำพรรษาที่วัดถ้ำกลองเพลแต่ท่านได้มากราบนมัสการและศึกษาธรรมะจากหลวงปู่ขาวอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยปฏิปทาอันเรียบง่ายสมถะของหลวงปู่วิไลย์คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก แม้กระทั่งหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ยังออกปากชมว่า “หลวงพ่อวิไลย์ ท่านสมเป็นช้างเผือกจริงๆ ศิษย์หลวงปู่ขาวน่ะ อยู่อย่างช้างเผือก เป็นองค์ที่สำคัญมากอีกองค์หนึ่งของชัยภูมิเป็นพระดี”
ดำรงตนอย่างพระป่า เน้นสอนในเรื่องของการปฏิบัติภาวนาเป็นสำคัญ เป็นพระที่มีความเมตตา สุขุม สงบเยือกเย็น สันโดษ มักน้อย อยู่แบบสมถะเรียบง่ายไม่หรูหรา เป็นพระที่ปฏิบัติดี กอปรด้วยศีลและธรรม มีศีลาจริยวัตรที่งดงาม ควรค่าแก่การกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ
อบรมสอนสั่งพระภิกษุสามเณรรวมทั้งประชาชนญาติโยมทั้งใกล้ไกลให้รู้จักศีลธรรม เป็นคนดีของสังคม ไม่เบียดเบียนกัน ให้รู้รักสามัคคี รวมทั้งให้เป็นคนที่มีหลักธรรมประจำใจ และให้หมั่นกระทำบำเพ็ญในการให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา เป็นต้น
ธรรมะที่หลวงปู่สั่งสอนเป็นธรรมะแบบพระป่าล้วนๆ เข้าใจง่าย
ละสังขารด้วยอาการสงบเมื่อวันอังคารที่ 14 ก.พ.2560 ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ 84 ปี