วันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 143 ปี ชาตกาล “พระเทพสิทธาจารย์” หรือ “หลวงปู่จันทร์ เขมิโย” อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม (ธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม พระเถรานุเถระ 5 แผ่นดิน ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย
องค์ปฐมกำเนิดจัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยแผนใหม่และนักธรรมบาลี แห่งแรกขึ้นที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม
มีนามเดิมว่า จันทร์ สุวรรณมาโจ ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค.2424 ปีมะเส็ง ณ บ้านท่าอุเทน หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน อ.เมือง จ.นครพนม บิดามารดาชื่อนายวงศ์เสนา และนางไข สุวรรณมาโจ
ช่วงวัยเยาว์ สุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ เป็นโรคหอบหืด บิดาจึงให้ไปอยู่กระท่อมปลายนา
พ.ศ.2431 เริ่มศึกษาหนังสือไทยน้อยและหนังสืออักษรลาว ขณะมีอายุ 7 ขวบ หัดอ่านเขียนจากหนังสือผูกใบลานวรรณคดีพื้นบ้าน
ขณะอายุ 10 ขวบ บิดาล้มป่วยและเสียชีวิต จึงได้บวชเป็นสามเณรหน้าไฟ ณ วัดโพนแก้ว ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยมีพระขันธ์ ขันติโก เป็นพระอุปัชฌาย์
ขณะอยู่ที่วัดโพนแก้ว ได้ศึกษาอักษรขอมและอักษรธรรม ฝึกอ่านเขียนสวดมนต์น้อย มนต์กลาง และมนต์หลวง ตามลำดับ
อายุ 19 ปี ลาสิกขาไปประกอบอาชีพค้าขาย
ครั้นอายุ 20 ปี เมื่อ พ.ศ.2445 จึงตัดใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง ณ พัทธสีมาวัดโพนแก้ว โดยมีพระเหลา ปัญญาวโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระเคน อุตตโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระหนู เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมิโย

หลวงปู่จันทร์ เขมิโย
พำนักอยู่วัดได้ 2 เดือน กราบลาพระอุปัชฌาย์ไปจำพรรษาที่วัดอินทร์แปลง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อติดตามพระเคน ครูผู้สอนคัมภีร์มูลกัจจายน์
พ.ศ.2445 พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล แห่งวัดเลียบ จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ผู้เป็นอาจารย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แม่ธรรมทัพพระป่า และพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปัญโญ) วัดปทุมมาราม ผ่านมาพักปักกลดบริเวณโรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองในปัจจุบัน
ซึ่งพระปัญญาพิศาลเถร และพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ ได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์เสาร์ ให้คัดพระภิกษุ 4 รูป ผู้เฉลียวฉลาด โดยหนึ่ง ในนั้นมีพระจันทร์ พระลา พระหอม และสามเณรจูม (พระธรรมเจดีย์) วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี ถวายเป็นศิษย์พระอาจารย์เสาร์ ออกธุดงค์ผ่านป่าดงสัตว์ป่านานาชนิด บำเพ็ญเพียรสมาธิภาวนา ก่อนมุ่งสู่ จ.อุบลราชธานี
ช่วงที่พำนักที่วัดนี้ 4 เดือนเต็มเพื่อฝึกซ้อมบทสวดมนต์ พระอาจารย์เสาร์ นำประกอบพิธีญัตติหลวงปู่จันทร์ เป็นพระธรรมยุต ณ อุโบสถวัดศรีอุบลรัตนราม (วัดศรีทองเดิม) จ.อุบลราชธานี มีพระปัญญาพิศาลเถร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีฉายาเดิมว่า เขมิโย
ขณะจำพรรษาที่วัดเลียบ ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ฝึกหัดแสดงธรรมด้วยปากเปล่า และศึกษาวิปัสสนาเพิ่มเติม มีหลวงปู่เสาร์ พระอาจารย์มั่น เป็นพี่เลี้ยง
พ.ศ.2449 กราบลาพระอาจารย์มาจำพรรษาที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม ซึ่งเป็นวัดร้างเดิมชื่อวัดศรีคุณเมืองนาน 3 ปี ปรับปรุงพัฒนาวัดขณะพรรษาที่ 7
พ.ศ.2453 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ฝากตัวเป็นศิษย์กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพกวี) ที่สำนักวัดเทพศิรินทราวาส ศึกษานักธรรมตรี-โท และบาลี 3 ประโยค นาน 6 ปี ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด
เป็นช่วงที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม ขาดพระผู้ใหญ่ปกครอง จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด และเป็นเจ้าคณะอำเภอหนองบึก (อำเภอเมืองในปัจจุบัน) พ.ศ.2459 ได้นำแผนการศึกษาของรัชกาลที่ 5 จัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทยแผนใหม่และนักธรรมบาลีขึ้นเป็นแห่งแรก มีพระเณรและคฤหัสถ์ชาย เรียนรวมกัน ก่อนย้ายไปเรียนที่ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า และโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย ในปัจจุบัน และยังตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นแห่งแรกที่วัดแห่งนี้ด้วย เปิดสอนวิชาธรรมะให้พระภิกษุ-สามเณร
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2459 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเทพประดิษฐาราม พ.ศ.2460 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2477 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม พ.ศ.2502 เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครพนม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2474 เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสารภาณพนมเขต พ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสารภาณมุนี พ.ศ.2496 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสารภาณมุนี
พ.ศ.2502 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธาจารย์
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง วันที่ 2 ก.พ.2516 เวลา 08.00 น. มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 92 ปี พรรษา 72