“ภูปอ” เป็นภูเขาหินทราย มีความสูงประมาณ 336 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือสูง 94 เมตรจากพื้นดิน ทอดตัวตามแนวทางตะวันออก-ตะวันตกฟากเขา ด้านทิศเหนือเป็นเขต อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

ส่วนด้านทิศใต้ เป็นเขต อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นภูเขาที่มีภูมิทัศน์สวยงามและเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลของชาวบ้านในพื้นที่ในการหาของป่า อาทิ เห็ด หน่อไม้ หน่อไร่ ดอกกระเจียว แมลง เป็นต้น

เที่ยววัด-วันหยุด

ภูปอ ยังมีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาโดยบริเวณเชิงเขาด้านหลังวัดอินทร์ประทานพร ต.ภูปอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นที่ตั้งของ “พุทธสถานภูปอ” ที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์โบราณ 2 องค์ประดิษฐานอยู่ โดยสลักแบบนูนสูงไว้บนผนังหินใต้เพิงผาภูปอแห่งนี้

องค์แรกอยู่เชิงเขาชาวบ้านเรียกองค์ย่า สันนิษฐานว่าสร้างสมัยทวารวดี ส่วนองค์ที่สองอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 80 เมตร เกือบถึงยอดภูปอ ชาวบ้านเรียกองค์ปู่ พระนอนองค์นี้ น่าจะสร้างขึ้นในสมัยหลัง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตามแบบพระนอนองค์ที่ 1 ที่อยู่เชิงเขาเป็นแบบ ผสมผสานกับพุทธศิลปะแบบสุโขทัย และทวารวดี

 

เที่ยววัด-วันหยุด

นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบันพระพุทธรูปทั้งสององค์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลในความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้สักการบูชา

เที่ยววัด-วันหยุด

ก่อนจะขึ้นภูปอ จะมีป้ายภาษาไทยนำเสนอข้อมูลรายละเอียดความเป็นมาเกี่ยวกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์ทั้ง 2 องค์ จัดทำโดยสำนักศิลปากรที่ 9 จ.อุบลราชธานี มีข้อความดังนี้ “จากหลักฐานการสลักหน้าผาหินเป็นภาพพระพุทธรูปปางไสยาสน์ แบบนูนสูง 2 องค์ จัดอยู่ในสมัยทวารวดีและสุโขทัย ตั้งอยู่ใต้เพิงผาภูเขาหินทราย 2 แห่ง แห่งที่ 1 อยู่บริเวณเชิงเขาสูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร แห่งที่ 2 อยู่ตอนบนเขาเหนือขึ้นไปประมาณ 80 เมตร

เที่ยววัด-วันหยุด

พระพุทธรูปองค์ที่อยู่เชิงเขาตอนล่าง ประมาณว่าสร้างในพุทธศตวรรษที่ 13 ตามแบบศิลปะทวารวดีพื้นถิ่นอีสานมีขนาดกว้าง 1.27 เมตร ยาว 3.30 เมตร ลักษณะประทับนอนตะแคงขวา หันพระเศียรไปทางทิศเหนือ พระพักตร์ผินไปทางทิศตะวันตก มีวงพระพักตร์ค่อนข้างสี่เหลี่ยม พระเนตรปิด พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีกลมนูนคล้ายลูกแก้ว พระกรซ้ายวางแนบพระวรกาย พระบาทซ้ายซ้อนทับพระบาทขวาเหลือมกันเล็กน้อย ครองจีวรห่มดองเรียบ

เที่ยววัด-วันหยุด

นอกจากนี้ ช่างยังได้สลักแผ่นหินให้เป็นผ้าปูลาดรองพระองค์มีหมอนรองหนุนพระเศียรและพระบาท รอบๆพระวรกายและพระเศียรสลักรูปประภามณฑลที่เส้นกรอบนอกสลักรูปดอกไม้เป็นระยะและที่ปลายพระบาทมีจารึกอักษร

ส่วนองค์ที่ 2 อยู่ตอนบนเขาประมาณว่าสร้างขึ้นพุทธศตวรรษที่ 18-19 ตามแบบศิลปะทวารวดีผสมศิลปะสุโขทัย ที่เน้นส่วนสัดและมีลักษณะอ่อนช้อยกว่าองค์ที่อยู่ตอนล่าง มีขนาดกว้าง 1.50 เมตร ยาว 5.20 เมตร แสดงอิริยาบถนอนตะแคงขวาเช่นกัน หนุนพระเขนยรูปสามเหลียม หันพระเศียรไปทางทิศเหนือและผินพระพักตร์ไปทาง ทิศตะวันตก พระกรซ้ายวางพาดแนบไปบนพระวรกาย พระพักตร์รูปไข่ พระขนงเป็นเส้นโค้งคมยาวรับกับพระเนตร พระนาสิกโด่ง

เที่ยววัด-วันหยุด

พระโอษฐ์แย้ม พระกรรณยาว พระสกเป็นแบบก้นหอยขนาดใหญ่ เปลวรัศมีเป็นแบบเปลวสั้นสลักเป็นเส้นบางๆ ครองจีวรห่มดอง สลักร่องเป็นแนวสังฆาฏิพาดทับไปบนพระปฤษฎางค์ ด้านซ้ายปลายสังฆาฏิทำหยักเป็นริ้ว พระบาทซ้ายเกยพระบาทขวาแบบไม่ซ้อนกัน แนบสนิทบนแท่นบรรทม

“เอกลักษณ์พระพุทธรูปสลักบนภูปอ คือ การแสดงถึงวัฒนธรรมการสร้างรูปสลักหินในสมัยทวารวดีแบบพื้นถิ่นอีสานและอิทธิพลศิลปะสุโขทัยประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-19”

นายสมชาติ มณีโชติ ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดี ม.มหาสารคาม ให้ความเห็นการสลักหินไว้ตามเพิงผา ว่า สมัยโบราณยังไม่มีการสร้างวัดไว้กลางแจ้ง แต่ใช้ถ้ำเพิงผา เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในอดีตจึงมีการใช้ถ้ำและเพิงผา ที่เทียบว่าเป็นพระอาราม หรือวัด ดังนั้นพระพุทธรูปที่สลักไว้ตามเพิงผา หรือสลักไว้ในถ้ำ ก็คือพระประธาน ของสถานที่ประกอบพิธีกรรมนั้นเอง เหมือนกับที่มีพระประธานอยู่ในสิม หรือในอุโบสถ ดังเช่นในปัจจุบัน

เที่ยววัด-วันหยุด

การเดินทางมากราบสักการะพระพุทธไสยาสน์ภูปอ เส้นทางการคมนาคมสะดวก ห่างจากอำเภอเมือง จ.กาฬสินธุ์ ประมาณ 37 กิโลเมตร

เมื่อมาเที่ยวที่นี่แล้ว ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวต่อยังสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอใกล้เคียงได้อีกหลายแห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน