วันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.2567 ถือเป็นวันมงคล “หลวงปู่ธูป ญาณวโร” เจ้าอาวาสวัดลาดน้ำขาว ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จะมีอายุครบรอบ 87 ปี เหล่าศิษย์ผู้ใกล้ชิดและญาติโยมผู้เลื่อมใสจะได้ร่วมกันจัดงานมุทิตาจิตฉลองอายุวัฒนมหามงคลเป็นประจำทุกปี
เป็นพระเถระชื่อดังที่มีวัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนา นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีวิทยาคม ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

มีนามเดิม สมาน ใจเที่ยง (มีชื่อเล่นว่า ธูป) เกิดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2480 ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวบ้านลาดน้ำขาว อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายทองและนางเปีย ใจเที่ยง เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 6 คน
หลังจากมารดาคลอดได้เพียง 16 วันก็เสียชีวิต พี่สาวคือนางบุญเรือนจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูมาโดยตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
ช่วงชีวิตวัยเด็กตามบิดาประกอบอาชีพรับจ้างต่างถิ่น และไปทำไร่ทำนาในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์นานหลายปี
มีโอกาสร่ำเรียนอ่านเขียนบาลี และอักขระโบราณต่างๆ จากลุงของท่านชื่อ ปู่ขัน สาลีผล อย่างเข้าวัยหนุ่มเดินทางไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมกับอาจารย์แปลก ซึ่งเป็นฆราวาสจอมขมังเวทที่ อ.จอหอ จ.นครราชสีมา
นอกจากนี้ ยังเดินทางไปเรียนวิทยาคมเพิ่มเติมกับหลวงพ่อพงที่ อ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
พ.ศ.2500 อายุครบบวช ขอให้บิดานำไปเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดทรงกระเทียม จ.สุพรรณบุรี แต่หลังจากบวชได้เพียง 1 พรรษา ท่านจำเป็นต้องลาสิกขาออกมาคอยดูแลบิดาที่ชราภาพ
กระทั่งบิดาเสียชีวิตในปี พ.ศ.2504 จึงหมดภาระทางครอบครัว ด้วยความที่มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรมจึงตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่อุโบสถวัดบางซ้ายใน จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยมีพระครูอดุลวรวิทย์ (หลวงพ่อไวทย์ วัดบางซ้ายใน) เจ้าคณะอำเภอบางซ้ายในเป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดเจริญ วัดบางซ้ายใน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์ทองหยด วัดบางซ้ายใน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ญาณวโร แปลว่า ผู้มีญาณอันประเสริฐ
จำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดใหม่หนองคต จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้จึงฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อไวยท์ เจ้าคณะอำเภอบางซ้ายใน พระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นสายวิชาหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ
ศึกษาเพิ่มเติมจากหลวงพ่อเนตร วัดใหม่หนองคต สายหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม
หลังจากจำพรรษาอยู่วัดใหม่หนองคตเป็นเวลา 1 พรรษา ในปี พ.ศ.2505 ได้กราบลาพระอาจารย์ออกธุดงค์ขึ้นไปทางภาคเหนือ ระหว่างทางทราบว่าหลวงปู่สังข์ วัดน้ำเต้า จ.พระนครศรีอยุธยา มีวิทยาคมแก่กล้า เมื่อกลับจากธุดงค์จึงแวะฝากตัวเป็นศิษย์ ศึกษาวิชากับหลวงปู่สังข์นาน 1 ปี หลังจากนั้นเดินทางไปจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนสนวน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ รวม 3 พรรษา
จนถึงปี พ.ศ.2509 ย้ายกลับมาบ้านเกิดจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดลาดน้ำขาว ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ตราบจนปัจจุบัน
พ.ศ.2549 ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดลาดน้ำขาว และพ.ศ.2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสังฆรักษ์ พระฐานานุกรมในพระเทพปริยัติกวี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
เป็นพระดีมีวินัยเคร่งครัด มีหลายคนเดินทางไปที่วัดจะออกมาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี มีหัวใจแห่งการสงเคราะห์อย่างจริงใจ
ด้วยความเมตตาที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างเต็มที่ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง จนชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายไปทั่วทุกทิศ ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากเข้ามากราบฝากตัวเป็นศิษย์ ต่างพากันเดินทางเข้ามากราบนมัสการรับฟังธรรม พร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์อย่างไม่ขาดสาย
สำหรับหัวข้อธรรมพร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดเพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตคือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท และให้ยึดศีล 5 ไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตแล้วคุณพระจะรักษา เทวดาก็จะคุ้มครอง
เป็นพระเกจิอาจารย์สุพรรณบุรีอีกรูปที่ได้รับการยกย่อง