“หลวงพ่อพริ้ง อินทโชติ” หรือ “พระครูประศาสน์สิกขกิจ” วัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

นามเดิมชื่อ พริ้ง เอี่ยมทศ เกิดเมื่อ พ.ศ.2413 เป็นชาวคลองสาน ฝั่งธนบุรี บรรพชาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ที่วัดราชสิทธาราม ศึกษาพระปริยัติธรรมและฝึกฝนวิปัสสนากัมมัฏฐานกับพระมงคลเทพมุนี

รายงานพิเศษ - เหรียญ‘หลวงพ่อพริ้ง’ พระเกจิวัดบางปะกอก 

พ.ศ.2420 อุปสมบทที่วัดทองนพคุณ ศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทยและบาลีจนแตกฉาน ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงฝึกฝนทางด้านนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมอีกกับคณาจารย์ต่างๆ หลายสำนัก

สนใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้น ก็จะไปศึกษาและออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เมื่อพบกับพระเกจิอาจารย์ดัง ก็จะฝากตัวเป็นศิษย์แล้วออกธุดงค์ตามรื่อยๆ

ความมานะพากเพียรและจิตที่มุ่งมั่นทำให้ท่านมีชื่อเสียงด้านวิทยาคม และวิชาแพทย์แผนโบราณ เพื่อนำมาสงเคราะห์ต่อชาวบ้านในสมัยนั้นอีกด้วย

ต่อมา รับนิมนต์ให้มาอยู่ที่วัดบางปะกอก พ.ศ.2438 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส พ.ศ.2470 เป็นพระอุปัชฌาย์

รายงานพิเศษ - เหรียญ‘หลวงพ่อพริ้ง’ พระเกจิวัดบางปะกอก 

สมัยที่เกิดสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 (ระหว่าง พ.ศ.2480-85) วัดบางปะกอกเป็นอีกวัดหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปมาขอพึ่งพาเป็นที่หลบภัย ทั้งที่วัดอยู่ไม่ไกลจากอู่ต่อเรือของทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างฐานทัพในประเทศไทย

ช่วงนั้นฝ่ายพันธมิตรนำเครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานที่มั่นของทหารญี่ปุ่นมากมายหลายสิบลูก แต่ไม่มีระเบิดแม้แต่ลูกเดียวที่จะลงถึงวัดบางปะกอกเลย

เชื่อกันว่าหลวงพ่อพริ้งประกอบพิธีขจัดปัดเป่า จึงทำให้บริเวณวัดบางปะกอกและใกล้เคียงรอดพ้นจากลูกหลง

ด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงจึงโด่งดัง เป็นผลให้ประชาชนทั่วสารทิศต่างมุ่งไปขอวัตถุมงคล รวมทั้งให้ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ด้วย

มักได้รับนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ๆ ด้วยทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ท่านนิมนต์ไปร่วมประกอบพิธีหล่อและพุทธาภิเษก “พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์” ซึ่งมีพระคณาจารย์ชื่อดังหลายสิบรูปมาร่วมพิธีครั้งนี้ ปรากฏว่าแผ่นยันต์ที่จารอักขระ และนำไปใส่ในเบ้าหลอมรวมกับของคณาจารย์รูปอื่นๆ ไม่ยอมหลอมละลาย

จึงต้องนิมนต์มาท่องมนต์กำกับแผ่นจาร จึงละลายอย่างง่ายดายในเวลาต่อมา เกิดเป็นปรากฏการณ์อัศจรรย์ให้เล่าขานมาถึงทุกวันนี้

รายงานพิเศษ - เหรียญ‘หลวงพ่อพริ้ง’ พระเกจิวัดบางปะกอก 

ไม่ว่าจะมีพิธีสำคัญที่ใดก็ตามจะต้องมีการนิมนต์หลวงพ่อพริ้งอยู่ด้วยเสมอ เช่น พิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อมงคลบพิตร พ.ศ.2485 หรืองานหล่อพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ณ วัดราชบพิธฯ หลวงพ่อจะได้รับนิมนต์ด้วย

เกียรติคุณยิ่งได้รับความเชื่อถือมากขึ้นอีก เมื่อพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มาขอเป็นศิษย์

สมณศักดิ์สุดท้ายได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนามที่ พระครูประศาสน์สิกขกิจ ในปี พ.ศ.2479

มรณภาพวันที่ 17 ส.ค.2490 สิริอายุ 78 ปี

วัตถุมงคลสร้างไว้มากมายหลายรุ่น ล้วนแต่โดดเด่นดังด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะเหรียญเนื้อทองแดง เป็นเหรียญปั๊มรุ่นแรก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2483 เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ หูเชื่อม

ด้านหน้านั่งสมาธิบนอาสนะเต็มองค์ รอบรูปเหมือนเป็นอักษรไทยว่า “พระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์” (พริ้ง) ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ที่ไม่ถูกต้อง เพราะสมณศักดิ์ที่ถูกต้องคือ พระครูประศาสน์สิกขกิจ ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจผิดของช่างผู้แกะแม่พิมพ์ก็เป็นได้ ส่วนใต้ฐานอาสนะนั่งเป็น พ.ศ.2483 รอบข้างเหรียญเป็นเส้นนูน

ด้านหลังตรงกลางเป็นพระประธานในพระอุโบสถปางมารวิชัย ด้านบนเศียรพระประธานเป็นอักษรขอมว่า นะโมพุทธายะ

สำหรับนามพระครูวิสุทธิ์ศีลาจารย์ ที่ปรากฏในเหรียญของท่าน เป็นนามสมณศักดิ์ หลวงพ่อวงศ์ วัดมะกอก อันมีที่ตั้งอยู่ในเขตและแขวงตลิ่งชัน

สาเหตุที่ชื่อบนเหรียญผิดพลาดนั้นอาจมาจาก (วัดมะกอก กับวัดบางประกอก มีชื่อคล้ายกันมาก จนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการสลับชื่อกัน เมื่อมีคนไปสั่งทำเหรียญ คนแกะเหรียญอาจจะดูในทำเนียบ และอาจจะสำคัญผิดว่าเป็นพระเถระรูปเดียวกัน)

กล่าวกันว่า สร้างแจกทหารที่ไปรบสงครามอินโดจีน ในงานฉลองอายุครบ 83 ปี ร่ำลือกันว่าถ้ามีเหรียญหลวงพ่อพริ้งติดตัวไป จะแคล้วคลาดปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน