การสวดโอ้เอ้วิหารราย เป็นบทสวดที่ปฏิบัติและสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเป็นการอ่านกาพย์พระไชยสุริยาที่นำมาจากหนังสือมูลบทบรรพกิจ ซึ่งเป็นตำราเรียนขั้นปฐมภูมิของเด็กสมัยโบราณ เพื่อช่วยในการอ่านออกเสียงและผันวรรณยุกต์ โดยบทสวดดังกล่าว ยังได้มีการสอดแทรกคติธรรมต่างๆ ที่สามารถใช้ในการดำรงชีวิตได้ เพื่ออนุรักษ์สืบสานไว้ให้คนรุ่นหลังได้มีส่วนร่วมของการสืบสานธรรมเนียม การสวดโอ้เอ้วิหารรายที่กำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย ให้ดำรงคงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยตลอดไป
ทั้งนี้ การสวดโอ้เอ้วิหารรายได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2558 ซึ่งการสวดโอ้เอ้วิหารรายเดิมที จะมีท่วงทำนองอย่างไรไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่อาจจะมีเค้ามาจากทำนองการเทศน์มหาชาติ เนื่องจากการสวดโอ้เอ้วิหารรายสืบเนื่องมาจากการฝึกหัดเทศน์มหาชาติแล้วค่อยกลายทำนองมาเป็นทำนองเฉพาะโอ้เอ้วิหารรายในปัจจุบัน มี 3 ทำนอง ดังนี้

1.ทำนองกาพย์ยานี 11 เป็นทำนองที่เร็ว ว่องไว ฟังดูแล้วสนุกสนาน มีการออกเสียงเอื้อน แทรกระหว่างคำ ซึ่งทำนองจะจบลงในหนึ่งบาทเท่านั้น เมื่อขึ้นบทใหม่ก็จะใช้ทำนองเดิมซ้ำอีก
2.ทำนองกาพย์ฉบัง 16 เป็นท่วงทำนองที่เนิบช้าลงมาจากทำนองกาพย์ยานี จะเป็นทำนองกลางที่ไม่ช้าและเร็วเกินไป มีเอื้อนยาวและจังหวะเร็วเพื่อความไพเราะสนุกสนาน
3.ทำนองกาพย์สุรางคนางค์ 28 เป็นท่วงทำนองที่เนิบช้าที่สุด ซึ่งสร้างความไพเราะ ฟังแล้วรู้สึกสบายและให้อารมณ์เศร้า มีการเอื้อนสอดแทรกหลายที่ การอ่านเว้นจังหวะ 2/2 คำ อ่านได้ทั้งเสียงธรรมดาและเป็นทำนองเสนาะ


นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ให้ความสำคัญการสวดโอ้เอ้วิหารราย โดยดำเนินการจัดโครงการฝึกหัดสวดโอ้เอ้วิหารรายให้กับครูและนักเรียน ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีการจัดทำหลักสูตรและเตรียมความพร้อมให้กับครูผู้ฝึกสอนและนักเรียน รวมทั้งผลิตเอกสารและสื่อสำหรับใช้ในการฝึกหัดสวดโอ้เอ้วิหารราย โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการสวดโอ้เอ้วิหารรายมาบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม
ในส่วนกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค.2567 ณ วัดชัยชนะสงคราม กรุงเทพฯ และในส่วนภูมิภาค ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 12-13 ธ.ค.2567 ณ วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค.2567 ณ วัดตระพังทอง จ.สุโขทัย ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค.2568 ณ วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค.2568 ณ วัดธาตุ จ.ขอนแก่น

ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถสวดโอ้เอ้วิหารรายได้ถูกต้องตามแบบแผนและอักขรวิธี จะได้เข้าร่วมการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย เพื่อคัดเลือกสถานศึกษาเข้ารับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งปัจจุบันมีสถานศึกษาจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่สรรค์สร้างขึ้นตั้งแต่ในครั้งอดีต ด้วยการนำเนื้อหาในหนังสือกาพย์พระไชยสุริยา ประกอบด้วย กาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบัง 16 และกาพย์สุรางคนางค์ 28 มาช่วยในการเรียนอ่านเขียนของเด็กขั้นปฐมวัย

เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการศึกษาในขั้นสูง ปรับพื้นฐานให้เยาวชนสามารถสวดโอ้เอ้วิหารรายได้ถูกต้อง และส่งเสริมให้เยาวชนได้ตระหนักถึงภูมิปัญญาไทย ตลอดจนปลูกฝังศีลธรรมอันดีงามอันเป็นการอนุรักษ์และการสืบทอดการสวดโอ้เอ้วิหารรายที่ถูกต้องตามโบราณราชประเพณีให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย


น.ส.ชนัญญา สุทิพยศักดิ์ คุณครูโรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ได้มีโอกาสนำนักเรียนมาเข้าร่วมอบรมฝึกสวดโอ้เอ้วิหารราย เนื่องจากโรงเรียนได้มีการสนับสนุนให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยทำกิจกรรมที่เป็นการเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้ได้มากที่สุด หวังว่าการอบรมในครั้งนี้ จะทำให้นักเรียนได้ฝึกสมาธิ และนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดต่อไปได้ พัฒนาฝึกทักษะเด็กนักเรียน ในเรื่องการอ่านคำ อักขระของคำ และฝึกสมาธิให้กับนักเรียนเยาวชน และจะสานต่อกิจกรรมการสวดโอ้เอ้วิหารรายให้คงอยู่สืบไป