“วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 136 ปี ชาตกาล “หลวงปู่ขาว อนาลโย” วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พระป่ากัมมัฏฐานชื่อดัง ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า
มีนามเดิมว่า ขาว โคระถา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค.2431 ที่บ้านชะเนง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ครอบครัวทำนาและค้าขาย
เมื่ออายุ 20 ปี บิดามารดาจัดให้มีครอบครัว จนมีบุตรด้วยกัน 3 คน ซึ่งต่อมาได้แยกทางกัน
เป็นผู้มีนิสัยเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจังมาก ประกอบกับความมีศรัทธาต่อหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
พ.ศ.2462 เมื่ออายุ 31 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ มีพระครูพุฒิศักดิ์เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์บุญจันทร์เป็นพระกรรมวาจาจารย์

จำพรรษาที่วัดโพธิ์ศรีเป็นเวลา 6 พรรษา เนื่องจากเกิดศรัทธาในปฏิปทาของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จึงเข้าญัตติเป็นพระธรรมยุต เมื่อปี พ.ศ.2468 อายุได้ 37 ปี ที่พัทธสีมาวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี มีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วได้จำพรรษาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีเป็นเวลา 8 ปี
จากนั้นเดินธุดงค์ตามพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ไปปฏิบัติธรรมในสถานที่ต่างๆ แทบทุกภาคของประเทศ โดยได้เคยเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เป็นเวลารวมกันหลายปีอีกด้วย
สร้างบารมีอยู่ในป่าเขาเป็นเวลายาวนาน มีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับสัตว์ป่าทั้งหลาย เช่น ลิง ค่าง ช้าง เสือ เวลานึกถึงอะไร สิ่งนั้นมักจะมา ตามความรำพึงนึกคิดเสมอ เช่น นึกถึงช้าง ว่าหายหน้าไปไหนนานไม่ผ่านมาทางนี้เลย พอตกกลางคืนดึกๆ ช้างก็จะมาหาจริงๆ และเดินตรงมายังกุฏิที่ท่านพักอยู่ พอให้ทราบว่าเขามาหาแล้ว ก็จะกลับเข้าป่าไป เวลาที่นึกถึงเสือก็เช่นกัน นึกถึงตอนกลางวัน ตกกลางคืนเสือก็มาเพ่นพ่านภายในวัดบริเวณที่ท่านพักอยู่
มีความเด็ดเดี่ยวในข้อวัตรปฏิบัติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเดินจงกรมนั้นเน้นเป็นพิเศษ กล่าวคือ เมื่อฉันเสร็จ เริ่มเดินจงกรมเป็นพุทธบูชา พอถึงบ่ายสองโมงเริ่มเดินจงกรมถวายเป็นธรรมบูชา จนถึงบ่าย 4 โมง และเมื่อทำข้อวัตรเสร็จสิ้นแล้วก็จะเริ่มเดินจงกรมถวายเป็นสังฆบูชา จนถึงประมาณ 4-5 ทุ่มจึงเข้าที่พักเพื่อบำเพ็ญภาวนาต่อไป
บำเพ็ญเพียรออกธุดงค์ เพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสอนตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง จนอายุ 70 ปีจึงจำพรรษาเป็นการถาวรที่วัดป่าถ้ำกลองเพล
ในช่วงบั้นปลายชีวิต มีอาการอาพาธอยู่ถึง 9 ปี แต่สุขภาพจิตยังดี มีนิสัยรื่นเริง ติดตลก ในระยะ 3 ปีสุดท้าย นัยน์ตามืดสนิท เพราะต้อแก้วตาหรือต้อกระจก หูก็ตึงมาก เพราะหินปูนจับกระดูก แต่มิได้เดือดร้อนใจ และสามารถบอกกำหนดอายุขัยของตนเองได้
มีคำสอนที่ว่า “ทําไมเกิดมาไม่เหมือนกันล่ะ ไม่เหมือนกันคือความประพฤติ ผู้นี้เขาประพฤติดี เขามีการรักษาศีล มีการให้ทาน มีการสดับรับฟัง เขาจึงมีปัญญาดี มีการศึกษาเล่าเรียนดี อยู่ไหนก็มีแต่กรรมดี”
“ปล่อยจิตว่าง แล้วจิตสบาย เพราะจิตเป็นหนึ่งไม่ขุ่นมัว ไม่มีอารมณ์มาฉาบทาดวงจิตแล้ว ดวงจิตใส ดวงจิตขาว จิตเย็นมีแต่ความสบาย รู้เท่าสังขาร รู้เท่าความเป็นจริง จิตเราไม่หวั่นไหวต่อสิ่งทั้งปวง ถึงมรณะจะมาถึงก็ตาม ทุกข เวทนา เจ็บปวด มาถึงก็ตาม ไม่มีความหวั่นไหวต่อสิ่งเหล่านั้น”
กระทั่งวันที่ 16 พ.ค.2526 มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 95 ปี พรรษา 64
ในวันพระราชทานเพลิง เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.พ.2527 นั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธาน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ในวันดังกล่าว วัดถ้ำกลองเพล ซึ่งมีอาณาบริเวณหลายพันไร่ กลับคับแคบไปถนัดตา ด้วยประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลกันมาร่วมพิธีมากเป็นประวัติการณ์