สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิง พระพรหมวัชรจริยาจารย์ (สาย ฐานมงฺคโล) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี และเจ้าอาวาสวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร ณ เมรุชั่วคราว วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร อ.เมือง จ.นนทบุรี วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2567

“พระพรหมวัชรจริยาจารย์” เป็นพระนักปกครอง และเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นพระนักการศึกษาและพระนักพัฒนา พร้อมกันไป

มีจุดเด่นที่ใครพบเห็นล้วนต้องจดจำได้ คือ มีรอยปานตรงริมฝีปากล่าง ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

มีนามเดิมว่า สาย ศรีมงคล เป็นชาวนครนายกโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2476 ตรงกับปีระกา บิดา-มารดาชื่อนายฉุยและนางปร่ำ ศรีมงคล

ในช่วงวัยเด็ก หลังจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 แล้วมาช่วยงานครอบครัวหาเลี้ยงชีพ ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจนและเป็นผู้มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ ชมชอบไปช่วยงานที่วัดในหมู่บ้าน

ครั้นต่อมามารดาได้ถึงแก่กรรม ด้วยความกตัญญูจึงขอบวชเป็นสามเณรหน้าไฟเมื่ออายุ 13 ปี ที่วัดท่าทราย มีพระครูจ้อน วัดท่าทราย เป็นพระอุปัชฌาย์

แต่หลังเสร็จงานแล้ว ปรากฏว่าไม่ยอมลาสิกขา ขออยู่ในสมณเพศเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

ครั้นอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2497 มี พระปิฎกคุณาภรณ์ วัดศรีเมือง จ.นครนายก เป็นพระอุปัชฌาย์

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีในระดับสูง แต่ด้วยสำนักเรียนในจังหวัดนครนายกอยู่ห่างไกล เดินทางไม่ค่อยสะดวก จึงเกิดความคิดที่จะย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดในเมืองหลวง เพื่อศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง จึงเดินทางเข้าเมืองกรุง ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดบางแพรกใต้ จ.นนทบุรี จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค

ด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจึงสอบได้มาโดยลำดับ เมื่อถึงชั้นสูงด้วยพระผู้ใหญ่ในวัดบางแพรกใต้เล็งเห็นถึงความสามารถของท่าน จึงขอให้มาช่วยปฏิบัติศาสนกิจ ทำให้ท่านต้องละวางเรื่องการศึกษาไว้ชั่วคราว

หลังการมรณภาพของเจ้าอาวาสวัดบางแพรกใต้ ในเวลาต่อมา พ.ศ.2508 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบแทน ได้รับตำแหน่งปกครองเป็นพระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะอำเภอเมืองนนทบุรี ตามลำดับ

ระหว่างนั้นได้เข้ารับการอบรมโรงเรียนพระสังฆาธิการ ผ่านการอบรมหลักสูตรความมั่นคงของพระพุทธศาสนา เป็นต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับกุลบุตรเข้าสู่ร่มพระธรรมวินัยและความผาสุกของชุมชน

พ.ศ.2528 เป็นเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี และเจ้าอาวาสวัดเฉลิมพระเกียรติ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี

พ.ศ.2557 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอมรเวที พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกิตติโมลี

พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัตยาจารย์ และ พ.ศ.2542 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกิตติมุนี

พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมวัชรจริยาจารย์

ตลอดระยะเวลาอันยาวนานในการครองสมณเพศ ใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนา ชาวเมืองนนทบุรี ได้ประจักษ์ถึงผลงานและคุณสมบัติต่างๆ เป็นที่ยกย่องเชิดชูมากมาย ทั้งในด้านการบริหารและด้านวิชาการ ตลอดจนเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาคุณอย่างยิ่ง

ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง

ท้ายที่สุด มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อคืนวันที่ 28 ส.ค.2566 ที่วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร จ.นนทบุรี สิริอายุ 91 ปี พรรษา 70

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน